โดย พระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ให้เหตุผลที่ขอยุติยทบาทการเจ้าเป็นคนกลางเจราจา เนื่องจาก พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้นำสำนวนคดี ส่ง ให้อัยการแล้ว จึงถือว่า เป็นขั้นตอนของอัยการ จึงขอยุติบทบาท การเจรจาลง ทำให้ ข้อตกลงที่เคย หารือ ร่วมกันมา 3 ครั้ง ที่ผ่านมานั้น เป็นอันยกเลิก
พ.ต.ท. สมบูรณ์ สารสิทธิ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า แนวทาง ในการแจ่งข้อกล่าวหากับพระธัมมชโย หลังจากนี้ มีเพียง 2 ทางให้ พระธัมมชโยตัดสินใจ คือ การเข้ามอบตัวต้องประสานกัยอัยการ เพื่อมอบตัวที่ศาล หรือเจ้าหน้าที่ดำเนินการเข้าจับกุม
โดยตีกรอบระยะเวลาตามอายุความ คือ 15 ปี นับตั้งวันที่รับเช็ค จากสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นใบแรก และจากนี้ จะไม่ให้ประกันตัวอีก และ ไม่จำเป็นต้อง ได้ตัวมาก่อน วันที่ 13 กรกฎาคม ที่อัยการจะมีความเห็นว่าควรสั่งฟ้องต่อศาลหรือไม่
ขณะที่ ผู้อำนวยการสำรักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ระบุว่า การดำเนินการเอาผิดในทางสงฆ์ กับพระธัมมชโยนั้น จะต้องรอให้เสร็จสิ้นคดีความตามกฎหมายบ้านเมืองก่อน