วันนี้ (20 ธ.ค.59) นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ไม่มีความจำเป็นที่ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐจะขยายเวลาการจ่ายเงินสวัสดิการให้กับผู้มีรายได้น้อยที่มาลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ เพราะการจ่ายให้เสร็จภายในวันที่ 30 ธันวาคมนี้ เหมาะสมแล้ว สามารถจ่ายเงินให้ผู้มีรายได้น้อยส่วนใหญ่ เหลือจำนวนน้อยที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบสิทธิ ทั้งนี้ เงินที่ให้คนละ 1,500 บาท และ 3,000 บาท เพราะต้องการให้ผู้มีรายได้น้อยไว้ใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึง และลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกำหนด
สำหรับปี 2560 คลังจะเปิดให้ผู้มีรายได้น้อยลงทะเบียนรอบใหม่ในเดือนมีนาคม 2560 เร็วขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะลงทะเบียนในเดือนกรกฎาคม เพราะต้องการให้ทันใช้ระบบการจ่ายเงินสวัสดิการของรัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เบื้องต้นจะออกบัตรประจำตัวให้กับกลุ่มเป้าหมาย เป็นเหมือนกระเป๋าสตางค์ที่ภายในบัตรรัฐจะเติมเงินให้จากสิทธิประโยชน์ที่ได้รับ ตัวบัตรจะมีรูปหน้าตรง ชื่อ และเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก กำกับไว้ เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ
ขณะที่การจ่ายเงิน ล่าสุด ธนาคารกรุงไทย ได้โอนเงินให้แก่ผู้ที่มีรายได้น้อยแล้ว กว่า 8 แสน 5 หมื่นราย จากคนลงทะเบียน 1 ล้านคน วงเงินเกือบ 2,000 ล้านบาท
และวันนี้ ต้องมาลุ้นกับอีก 1 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยกระทรวงการคลัง ได้เสนอที่ประชุม คณะรัฐมนตรี พิจารณามาตรการของขวัญปีใหม่ให้กับผู้ที่ผ่อนชำระค่าที่อยู่อาศัย ที่มีประวัติการผ่อนชำระชั้นดี กับ ธนาคารออมสิน และ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส.
ในเบื้องต้น ธอส. จะคืนดอกเบี้ยให้กับลูกค้าที่ชำระหนี้ตรงเวลาในช่วง 48 งวดย้อนหลัง กำหนดวงเงินกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาท ลูกค้าจะได้เงินคืน 1 พันบาท คาดว่าจะใช้งบประมาณ 200 ล้านบาท โดยมีลูกค้าประมาณ 3 แสนราย ซึ่งหาก ครม. เห็นชอบจะมีการจ่ายคืนให้ลูกค้าทันทีในงวดเดือนธันวาคม 2559
ส่วนธนาคารออมสิน จะช่วยในลักษณะคืนดอกเบี้ยให้ 1- 3 เปอร์เซ็นต์ของดอกเบี้ยที่ชำระในปีที่ผ่านมา โดยจะจ่ายในเดือนมกราคม 2560 ให้กับลูกค้า 7 - 8 แสนราย วงเงินประมาณ 150 - 160 ล้านบาท