ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อมูลชุดนี้จัดทำโดยอาจารย์วีรพันธุ์ มาไลยพันธุ์ อดีตคณบดีคณะโบราณคดี ม.ศิลปากร ความน่าสนใจอยู่ที่การนำเอาแผนที่ภาคผนวก 1 หรือ แผนที่อัตราส่วน 1: 200,000 ที่จัดทำโดยประเทศฝรั่งเศส และกัมพูชาใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารกับไทยในศาลโลกมาโดยตลอด จนชนะคดีในปี 2505 มาเป็นเกณฑ์ในการหาพิกัดที่ตั้งบ่อนกาสิโน
ทั้งนี้ ตามภาพเส้นสีฟ้า คือ แนวเขตตามแผนที่ 1 ต่อ 200,000 เส้นสีแดง คือ แผนที่ L 7018 ที่ประเทศไทยใช้บริหารราชการแผ่นดิน เมื่อนำทั้ง 2 เส้นมาวางร่วมกัน โดยรูปนี้จะเห็นได้ว่า มีพื้นที่ซ้อนทับกัน คือ ช่องวางสีชมพู อาจารย์วีรพันธุ์ มาไลยพันธุ์อดีตคณบดีคณะโบราณคดี ม.ศิลปากร อธิบายบริเวณสีชมพูว่าคือ พื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนระหว่างไทยกับกัมพูชา และบ่อนกาสิโนตั้งอยู่ในเขตนี้ ซึ่งชัดเจนว่า ไม่ได้อยู่ในเขตประเทศกัมพูชา และประเทศไทย
สำหรับตามข้อตกลงใน MOU 2543 ระหว่างไทยกับกัมพูชา มีเงื่อนไขชัดเจนว่า ทั้ง 2 ฝ่ายห้ามเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในเขตพื้นที่ชอ้างสิทธิ์ทับซ้อนในรัศมี 130 เมตร แต่เมื่อ อ.วีรพันธุ์ ลองลากเส้นเพื่อเพื่อระยะห่างกับแนวรั้วของจุดผ่อนปรนช่องสายตะกูในฝั่งไทยในลักษณะเฉียงได้ระยะประมาณ 150 เมตร แต่ถ้าหากวัดในแนวตรง อ.วีรพันธุ์ เชื่อว่า น่าจะไม่ถึง 130 เมตรตามข้อตกลง
อย่างไรก็ตาม หากเป็นไปตามนี้ อ.วีรพันธุ์ บอกว่า อย่างน้อยจะต้องพิสูจน์เพราะเข้าข่ายละเมิดข้อตกลงใน MOU 2543 ได้ แต่ที่ชัดเจน คือ ที่ตั้งของบ่อนกาสิโนอยู่นอกเขตประเทศกัมพูชาอย่างแน่นอน
แม้ข้อมูลจากแผนที่ 1 : 200,000 จะเป็นเช่นนั้น แต่นั่นอาจจะไม่ใช่บทสรุป เพราะข้อมูลจากพื้นที่จริงที่ทีมข่าวได้รับข้อมูลจาก นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พื้นที่ที่ตั้งบ่อนกาสิโนดังกล่าว ปัจจุบัน อยู่ในครอบครองของฝั่งกัมพูชา โดยหากจะไปจากจุดผ่อนปรนช่องสายตะกู ซึ่งมีตลาดค้าขายฝั่งไทยอยู่ จะต้องผ่านด่านหน่วยทหารไทย เป็นด่านชั้นที่ 1 จากด่านชั้นที่ 1 ต้องเดินทางเข้าไป 300 เมตร จะไปถึงจุดที่เรียกว่า “ฟรีโซน” ซึ่งกินพื้นที่ 30 เมตร จะผ่านจุดนี้ ต้องผ่านด่านจุดตรวจของทั้งฝั่งไทยและฝั่งกัมพูชา แต่ไม่ต้องทำเอกสารผ่านแดนใดๆ เพียงแค่แสดงบัตรประชาชนเท่านั้น จากด่านตรวจ 2 ประเทศที่ฟรีโซน จะต้องเข้าไปแก 300 เมตร จึงจะไปถึงสถานที่ก่อสร้างบ่อนกาสิโนที่เป็นประเด็นอยู่