จอห์น ไอรินกุ (John Iringu) ตัวแทนจากบริษัท Nakuru Water and Sanitation บริษัทสตาร์ทอัพที่นำของเสียมาอัดเป็นก้อนเชื้อเพลิง บอกว่า การทำถ่านจากสิ่งปฏิกูลนี้จะใช้หลักการเหมือนการทำถ่านทั่วไป เพียงแต่เพิ่มเยื่อจากผงขี้เลื่อยให้จับเป็นก้อนและเป็นโพรง เพียงพอให้ออกซิเจนเข้าไปในถ่านรูปแบบนี้ได้ เพื่อให้เกิดการเผาไหม้เมื่อใช้งาน
ส่วนการกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ จอห์น ยืนยันว่า ในกระบวนการทำถ่านจากของเสียได้กำจัดกลิ่นออกไปตั้งแต่ขั้นตอนกรองและอัดเป็นก้อนแล้ว
ทั้งนี้ ถ่านจากของเสียมนุษย์ทั้งราคาถูกกว่าถ่านทั่วไปและยังมีประสิทธิภาพในการเผาไหม้ โดยให้ความร้อนที่ดีกว่าถ่านปกติ รวมทั้งเป็นพลังงานสะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของถ่านรูปแบบนี้ คือการสร้างความเข้าใจกับประชาชนว่าถ่านจากของเสียมนุษย์นั้นใช้ได้จริง เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อนำไปขายตามท้องตลาด ทั้งที่ราคานั้นอยู่ที่กิโลกรัมละ 50 เซนต์ หรือราว 17 บาทเท่านั้น ถูกกว่าถ่านหุงต้มปกติทั่วไป
ในทุกๆ ปีมีของเสียและสิ่งปฏิกูลอย่างน้อย 200 ล้านตันที่ไม่ได้รับการกำจัด ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและนำไปสู่วิกฤตด้านสุขภาพในหลายพื้นที่ทั่วโลก จอห์น มองว่า ด้วยกำลังการผลิตปัจจุบัน เขาสามารถผลิตถ่านจากของเสียได้อย่างน้อย 10 ตันต่อวัน ซึ่งยังเป็นส่วนน้อย ขณะนี้การผลิตถ่านดังกล่าวยังต้องการเงินสนับสนุนจากองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อผลักดันโครงการ