ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทนายความใช้เวลาเข้าเยี่ยมนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นานเกือบ 1 ชั่วโมง ส่วนใหญ่ถามชีวิตความเป็นอยู่ในเรือนจำตลอด 4 วันที่ผ่านมา พบว่า สีหน้าของนายบุญทรงแสดงออกถึงความเครียดชัดเจน จนทำให้โรคประจำตัวทั้ง ความดัน ไซนัส และภูมิแพ้กำเริบ เจ้าหน้าที่เรือนจำต้องนำตัวเข้าพบแพทย์โรงพยาบาลราชทัณฑ์ 2 ครั้ง โดยทนายความระบุว่า หลังพูดคุยกับนายบุญทรงพบว่า นายบุญทรงต้องการให้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวเร็วที่สุด เพราะ ยังไม่เคยชินกับการใช้ชีวิตในเรือนจำ
หลังจากนี้ทีมทนายจะเตรียมเอกสารและหลักทรัพย์ไปยื่นคำร้องขอประกันตัวชั่วคราวครั้งที่ 2ต่อศาลทันที หากรวบรวมเหตุผลขอประกันตัวให้เสร็จสิ้น แต่ครั้งนี้ไม่ขอเปิดเผยเรื่องหลักทรัพย์ว่าจะมากกว่า 30 ล้านบาทหรือไม่ แต่ก็ยอมรับว่ามีความกังวลเรื่องหลักทรัพย์เพราะกรมบังคับคดีได้อายัดบัญชีของนายบุญทรงและภรรยาไว้ และศาลปกครองมีคำสั่งยกคำร้องไม่คุ้มครองบัญชีตามคำร้องขอ ส่วนการยื่นอุทธรณ์ ต้องรอคำพิพากษาฉบับเต็มก่อน เพื่อตรวจสอบว่าจะยื่นในประเด็นใดบ้าง
สำหรับการเข้าเยี่ยมนายบุญทรงที่เรือนจำกลางคลองเปรมวันนี้ มีเพียงทนายความส่วนตัวและเพื่อน ส่วนครอบครัวของนายบุญทรงจะเข้าเยี่ยมในวันพรุ่งนี้ตามเวลาที่กรมราชทัณฑ์เปิดให้ญาติเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังช่วงบ่าย ทนายความอ้างว่า นายบุญทรงขอให้ตัวเองเข้าพบทุกวันเพื่อบอกความคืบหน้าคดี
ขณะที่ครอบครัวของ นายภูมิ สาระผล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายมนัส สร้อยพลอย อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือ เสี่ยเปี๋ยง เจ้าของบริษัทค้าข้าว วันนี้ก็เดินทางเข้าเยี่ยมผู้ต้องหาเช่นเดียวกัน และส่วนใหญ่กังวลว่าจะประกันตัวไม่ได้เพราะไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันมากพอ
อย่างไรก็ตาม คำพิพากษาของศาลฎีการแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 3 ผู้ต้องหาที่ได้รับโทษสูงที่สุด ประกอบด้วย นายภูมิ สาระผล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ต้องโทษทั้งหมด 36 ปี จากความผิดฐานฮั้วประมูล หลังแก้ไขสัญญา 2 ฉบับ เอื้อประโยชน์ให้เอกชน ความผิดดังกล่าวมีโทษ 18 ปี แต่ลงโทษต่างกรรมต่างวาระทำให้นายภูมิต้องโทษ 36ปีเพราะแก้ไขสัญญาทั้งหมด 2 ฉบับ
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ต้องโทษรวม 42 ปี จากความผิดฐานฮั้วประมูล หลังแก้ไขสัญญา 2 ฉบับ เอื้อประโยชน์ให้เอกชน ความผิดดังกล่าวมีโทษ 18 ปี โดยนายบุญทรงแก้ไขสัญญา 2 ฉบับจึงรวมบทลงโทษเป็น 36 ปี นอกจากนี้ยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 เรื่องการใช้ตำแหน่งหน้าที่ทุจริต อีก 6 ปี ทำให้ถูกตัดสินจำคุก 42 ปี
และนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือ เสี่ยเปี๋ยง ผู้ต้องหาที่ได้รับโทษสูงที่สุด48 ปี มีความผิด 4 กระทง ประกอบด้วย ความผิดฐานสนับสนุนเจ้าหน้าที่กระทำความผิดฮั้วประมูล ประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 151 และ พรบ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม พศ.2542 มาตรา 123/1
ความเคลื่อนไหวสำคัญที่เกี่ยวข้องกับนายบุญทรงวันนี้เกิดขึ้นที่รัฐสภา เมื่อนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย และอดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์ข้อความถึงนายบุญทรงผ่านโซเชียลมีเดียว่า บางประเด็นอาจพูดไม่ได้ นั่นทำให้นายมีชัย กล่าวว่า
“หากคนเราที่รักชีวิต ก็ต้องสู้ เพราะขณะนี้มีช่องทางในการต่อสู้กำหนดไว้ให้ แต่หากจะสู้ แต่คอยกังวลว่าจะโดนหรือกระทบคนนั้นคนนี้ ผมมองว่าก็สุดแล้วแต่ คนที่เขาจะยอมตายแทนกัน”