วันนี้ (27 ก.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รศ.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์สาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ระบุถึงการตัดสินคดีโครงการรับจำนำข้าวของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มีนางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นจำเลย ว่า แนวทางการตัดสินสามารถออกมาได้หลายทิศทาง ซึ่งจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับอำนาจการตัดสินใจของศาล หากออกมาในทิศทางบวกต่อนางสาวยิ่งลักษณ์ เช่น ยกฟ้อง หรือการรอลงอาญาต่างๆ ก็มีความเป็นไปได้ว่านางสาวยิ่งลักษณ์จะปรากฏตัวในสังคมการเมืองอีกครั้งหนึ่ง แต่หากผลออกมาในทิศทางลบ ก็เป็นเหตุที่ทำให้นางสาวยิ่งลักษณ์ต้องหลบหนีคดี โดยหากเป็นไปในทิศทางบวกก็ยังถือว่ามีความผิดเรื่องการหลบหนีไม่มาขึ้นศาล เพราะยังคงมีหมายจับอยู่ เพียงแต่ว่าโทษจะไม่หนักมาก
ทั้งนี้ อาจารย์ยุทธพร วิเคราะห์ว่า หากคำพิพากษาออกมาว่าไม่มีความผิดนางสาวยิ่งลักษณ์จะไม่ปรากฏตัวทันที เนื่องจากต้องรอให้กระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้นเสียก่อน แต่หากศาลตัดสินให้นางสาวยิ่งลักษณ์มีความผิดก็จะไม่มีการปรากฏตัวทั้งในสังคมภายนอกและบนโลกออนไลน์เช่นเดียวกับช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา อีกทั้งในกรณีที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่ารู้พิกัดที่อยู่ของนางสาวยิ่งลักษณ์แล้ว น่าจะเป็นเพียงการรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินการทางกฎหมายให้ประชาชนได้ทราบเท่านั้น ซึ่งน่าจะไม่เกี่ยวข้องกับการเผยนัยยะทางการเมืองอย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจ
อย่างไรก็ตาม หากคำพิพากษาเป็นผลลบต่อนางสาวยิ่งลักษณ์ จะส่งผลให้การกำหนดยุทธศาสตร์ การหาตัวบุคลากรของพรรคเพื่อไทยถือเป็นเรื่องยาก เพราะบุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มีโอกาสสูงมากที่จะถูกจับตามอง ดังนั้นการหาผู้นำคนใหม่ที่จะเรียกศรัทธาของพรรคกลับมาได้ จำเป็นต้องเป็นบุคคลที่มีความกล้าหาญที่จะฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคต่างๆได้