เมื่อวันที่ (26 ธ.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานตำรวจภูธร จังหวัดชุมพร พลตำรวจตรีสนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผุ้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร เปิดเผยความคืบหน้าคดี “หมอปอ” ว่า วันนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหานายรณชัย ปานชาติ หรือเก่ง ว่าฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตในที่สาธารณะ ก่อนหน้านั้นแจ้งไว้เพียง 2 ข้อหา แต่ขณะนี้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหานายเก่งเพิ่มอีก 1 ข้อหา คือ ลักทรัพย์ จากวันที่นายเก่งยิงแฟนสาวแล้วเอาโทรศัพท์มือถือไปด้วย รวม 3 ข้อหา ส่วนนางสาวนฤมล ช่วยสมบัติ ยังคงมี 2 ข้อหาคือ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง พกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตในที่สาธารณะและรับของโจร
พลตำรวจตรีสนธิชัย กล่าวอีกว่า สำหรับข้อหาที่แจ้งผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย โทษสูงสุดถึงประหารชีวิต แต่กระบวนการพิจารณาของศาล ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถไปล่วงละเมิดได้ อยู่ที่ดุลพินิจของศาล ส่วนเรื่องทรัพย์ต่างๆ ที่เป็นปัญหาระหว่างครอบครัวทั้งสองฝ่าย เรื่องนี้ยังไม่ได้รับเอกสารแต่อย่างใด และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบข้อเท็จจริง จึงแจ้งให้ทางญาติทราบว่าถ้ามีเอกสารให้นำมายื่น เพื่อให้ได้รับทราบและเจ้าหน้าที่ตำรวจยินดีสืบสวนให้ต่อไป
ตำบลโคกม่วง อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ นายวินัย ปานชาติ บิดาของนายเก่ง ยอมรับว่า ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะลูกชายตัวเองต้องถูกจับติดคุก ทั้งยังต้องสูญเสียว่าที่ลูกสะใภ้ไปพร้อมกัน ซึ่งน้องปอ เองตนก็รักเหมือนลูก เพราะเป็นคนนิสัยดี ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
หลังจากสื่อต่างๆ มีการนำเสนอข่าว ทั้งโลกโซเชียลวิพากวิจารณ์ต่อว่าทั้งลูกชาย และครอบครัวตัวเองอย่างรุนแรงก็รู้สึกเครียดมากจนไม่อยากดูข่าว อยากวิงวอนขอความเห็นใจกับสื่อและสังคม ได้หยุดโจมตีซ้ำเติมครอบครัวของตนเอง เพราะไม่มีใครอยากให้เกิด ทุกวันนี้ครอบครัวก็เสียใจและเครียดกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากอยู่แล้ว
ส่วนตัวอยากจะไปเคารพศพของน้องปอ ไปแสดงความเสียใจและขอโทษครอบครัวน้องปอ ด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่กล้าเพราะกลัวเรื่องความปลอดภัย แต่ก็จะหาโอกาสไปขอโทษครอบครัวน้องปอ แน่นอน ส่วนเรื่องเงินสินสอดตนไม่ขอพูดถึง เพราะไม่อยากให้มีปัญหาโต้กันไปมา