รายงานขององค์กรการกุศล “อ็อกแฟม” ซึ่งเผยแพร่ก่อนการประชุม เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ที่จะมีขึ้นที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในสัปดาห์นี้ ระบุว่า ปีที่แล้วเป็นปีที่มีมหาเศรษฐีพันล้านเพิ่มขึ้นมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ทำให้ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนห่างกันยิ่งขึ้นไปอีก
โดยในปีที่ผ่านมา กลุ่มมหาเศรษฐีมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นรวมกัน 7.62 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 24 ล้านล้านบาท ซึ่งมากพอที่จะแก้ปัญหาความยากจนทั่วโลกได้มากกว่า 7 ครั้ง ขณะที่กลุ่มคนร่ำรวยที่สุด 1 เปอร์เซ็นต์ของโลกได้ครอบครองทรัพย์สินถึง 82 เปอร์เซ็นต์ที่งอกเงยขึ้นในปี 2017 และเลี่ยงภาษีเป็นจำนวนเงินประมาณ 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
รายงานระบุว่า ส่วนหนึ่งของปัญหาความเหลื่อมล้ำเกิดจากการเลี่ยงภาษี และรายได้ขั้นต่ำที่น้อย รวมถึงการริดรอนสิทธิแรงงาน
ทั้งนี้ อ็อกแฟม ได้เรียกร้องให้ผู้นำที่ร่วมการประชุมที่เมืองดาวอส กวาดล้างการเลี่ยงภาษี เพิ่มอัตราภาษีสำหรับกลุ่มคนร่ำรวย และลดช่องว่างรายได้ระหว่างเพศ เพื่อสร้างสังคมที่เสมอภาคและเท่าเทียมกันมากขึ้น