นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย กล่าวในระหว่างการถาม-ตอบกับสื่อมวลชนว่า การขับเจ้าหน้าที่สถานทูตอังกฤษประจำกรุงมอสโก จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน แต่ยังไม่บอกว่าจะเป็นเมื่อไหร่ และจะมีการขับออกทั้งหมดกี่คน
ด้านนายดิมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบรัฐบาล กล่าวที่พระราชวังเครมลิมว่า กระทรวงต่างประเทศมีหน้าที่เสนอว่า ควรจะตอบโต้อังกฤษอย่างไร แต่คนที่จะตัดสินใจคือนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีเท่านั้น
ความบาดหมางระหว่างรัฐบาลอังกฤษกับรัสเซียครั้งนี้ เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม หลังจากนาย “เซอร์เก สกริปาล (Sergei Skripal)” อดีตสายลับ 2 หน้าชาวรัสเซีย ที่เคยทำงานให้กับอังกฤษ ถูกวางยาพิษพร้อมกับบุตรสาว โดยอังกฤษกล่าวหารัสเซียว่า อยู่เบื้องหลังการกระทำครั้งนี้ เนื่องจากยาพิษที่ใช้ เป็นแบบเดียวกับที่รัสเซียคิดค้นและครอบครอง
แต่ความขัดแย้งมาถึงขีดสุด เมื่อนายกรัฐมนตรีอังกฤษให้เวลารัสเซียอธิบายเรื่องนี้ โดยขีดเส้นตายไว้ตอนเที่ยงคืนของวันพุธที่ผ่านมา แต่รัสเซียไม่ยอมทำตาม โดยบอกว่า ฝ่ายอังกฤษกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน อีกทั้งยังให้เวลารัสเซียในการตอบคำถามน้อยเกินไป
ขณะเดียวกัน เมื่อวานนี้ ผู้นำฝรั่งเศส เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ ก็ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกัน โดยประณามเหตุพยายามลอบสังหารนายสกริปาล พร้อมกับเห็นพ้องว่า ไม่มีคำอธิบายอื่นที่เป็นไปได้ในเรื่องนี้ นอกจากว่า รัสเซียคือผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งไม่บ่อยนักที่จะได้เห็น นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของอังกฤษ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส และนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ผู้นำเยอรมนี ออกแถลงการณ์ร่วมกันเช่นนี้
นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังระบุว่า เหตุดังกล่าวเป็นการใช้สารพิษทำลายประสาทเพื่อโจมตีครั้งแรกในยุโรป นับตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง อีกทั้งยังเป็นการรุกล้ำอธิปไตยของอังกฤษ และละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมี รวมถึงกฎหมายระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ ผู้นำทั้ง 4 ชาติ ได้เรียกร้องให้รัสเซียเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการพัฒนาสารเคมีทำลายประสาท "โนวิช็อก" ต่อองค์การเพื่อการห้ามใช้อาวุธเคมี หรือ OPCW ด้วย