สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในรายงาน World Water Development Report ประจำปี 2018 ซึ่งเผยแพร่วันนี้ องค์การสหประชาชาติประเมินว่า ปัจจุบัน ประชากรราว 3 พัน 6 ร้อยล้านคน หรือครึ่งหนึ่งของประชากรโลก อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคอย่างน้อยปีละ 1 เดือน พร้อมกับเตือนว่าตัวเลขนี้อาจเพิ่มขึ้นเป็น 5,700 ล้านคน ภายในปี 2050
รายงานฉบับดังกล่าวยังระบุว่า การใช้น้ำทั่วโลกได้เพิ่มขึ้น 6 เท่าตัว ในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา และยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในอัตราปีละ 1 เปอร์เซ็นต์ โดยปัจจัยที่คาดว่าทำให้การใช้น้ำเพิ่มขึ้นอย่างมาก ได้แก่ การขยายตัวของประชากร การพัฒนาเศรษฐกิจ รูปแบบการบริโภคที่เปลี่ยนไป เป็นต้น นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่ จึงมาจากประเทศกำลังพัฒนาหรือประเทศเศรษฐกิจใหม่
ขณะเดียวกัน การหมุนเวียนของน้ำทั่วโลกเองก็มีความรุนแรงขึ้นเนื่องจากผลกระทบของภาวะโลกร้อน ซึ่งทำให้ภูมิภาคที่ชุ่มชื้นอยู่แล้ว มีฝนตกมากยิ่งขึ้น ขณะที่ภูมิภาคที่แห้งแล้งก็จะยิ่งแห้งแล้งหนักไปอีก โดยองค์การสหประชาชาติแนะนำว่า รัฐบาลประเทศต่างๆ ควรเรียนรู้จากธรรมชาติและดำเนินนโยบายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อเพิ่มปริมาณและคุณภาพของน้ำ ซึ่งเป็นงานที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต