วันนี้(8 ส.ค.61) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ หรือ “ทนายตั้ม” เปิดเผยในรายการเป็นเรื่องเป็นข่าวว่า ตนเองได้เข้าไปดูคดีประมาณ 1 เดือนกว่าๆ ไปเป็นทนายให้กับฝั่งผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้เสียชีวิต หลังจากที่ได้เข้าไปดู ก็คือสำนวนส่งฟ้องไปที่ศาลแล้ว แต่ยังมีบุคคลตามหมายจับที่ยังจับไม่ได้อีกหลายคน มีเจ๊เยาว์-มณีรัตน์ โกทันย์ และชาวกัมพูชาอีกประมาณ 2-3 คน และคนไทยอีก 1 คน ชื่อโก๋ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในคดี ที่ยังตามจับไมได้ และเท่าที่ทราบคดีนี้ แต่ละคนที่ถูกจับได้ มีผู้รับสารภาพ 1 คน ชาวกัมพูชาที่ชื่อว่า “โล๊ะ” ซึ่งรับสารภาพว่าได้เข้าไป และฆ่านางสายันต์ จันทา หรือ “เจ๊สายันต์” จริง แต่ไม่ยอมซักทอดถึงคนอื่น ส่วนจำเลยคนอื่นที่ขึ้นศาลไป ให้การปฏิเสธมาโดยตลอดตั้งแต่ขึ้นศาลในชั้นสอบสวน
ทั้งนี้ การที่เราจะดำเนินคดี หรือ ไปจัดการกับผู้บงการจริงๆ จะต้องมีคนที่เชื่อมโยงไปถึง ยกตัวอย่างคดีของหมอนิ่ม มันไม่ถึงตัวคนบงการจริงๆ เขาจับมือปืนได้ มือปืนก็ซักไปที่คนติดต่อคนกลางก็คือ ทนายอี๊ด มันก็สิ้นสุดอยู่แค่นั้น เพราะทนายอี๊ดปฏิเสธ แต่ถ้าหากเขารับสารภาพมันก็จะไปถึงผู้บงการ สุดท้ายจึงจบได้แค่ตรงนี้ เพราะฉะนั้นคดีนี้ก็เช่นเดียวกัน วันที่ตนเองได้เข้าไปดู คือ ยังมีอีกหลายคนที่ไม่ยอมรับสารภาพ โดยในส่วนของตัวโล๊ะเอง รับสารภาพว่าเข้าไปเพื่อจะปล้นทรัพย์เท่านั้น และไม่ยอมให้การถึงคนที่บงการจริงๆ แต่เมื่อไปสืบจริงๆแล้ว เรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังอีก เพราะจะต้องมีการวางแผน และมีสาเหตุโกรธเคืองกันมา
ก่อนหน้านี้ ทางเจ๊สายันต์เป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องการเมือง และเคยให้คนหนึ่งๆ ซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่นยืมเงินไปกว่า 10 ล้านบาท พอตอนหลังมีเรื่องทะเลาะบาดหมางกันเกิดขึ้น เจ๊สายันต์ก็ยกทีมออกจากฝ่ายบริหาร แต่ก็ยังมีเรื่องเงินออกจากกลุ่มการเมืองกลุ่มนี้ เมื่อยกออก ก็ยังคงมีเรื่องเงินที่จะต้องคืน แต่ก็มาเกิดเหตุเจ๊สายันต์เสียชีวิตเสียก่อน ทำให้ตรงนี้เป็นอีกหนึ่งปมที่ตำรวจมองไว้ คือ เรื่องฆ่าล้างหนี้ รวมทั้งการปล้นทรัพย์ด้วย
ตัวของ “โล๊ะ” หนึ่งในผู้ต้องหารับสารภาพว่ามีการฆ่ากันเกิดขึ้นจริง โดยเล่าว่าพบสามีของเจ๊สายันต์เข้ามาในบ้านก่อน แล้วเจ๊สายันต์ก็เข้าตามมาภายหลัง โดยใช้มีดปาดคอ จากข้อมูลพบว่า โล๊ะ มีส่วนเชื่อมโยงกับกลุ่มคนที่ญาติของผู้เสียชีวิตสงสัย ซึ่งโล๊ะเป็นคนกัมพูชา ทำงานให้กับผู้จ้างวานคนหนึ่ง และเป็นผู้ที่บงการ โล๊ะทำงานเป็นผู้ดูแลห้องน้ำ ซึ่งเป็นธุรกิจของคนกลุ่มนี้ และโล๊ะยังเคยมีประวัติไปงัดตู้เซฟของนักการเมืองชื่อดัง ของจังหวัดสระแก้ว โดยกลุ่มที่ทำงานฆ่าเป็นกลุ่มเดียวกันกับกลุ่มที่ลักทรัพย์ และเขาเองก็ได้รับสารภาพว่าได้ไปยกตู้เซฟของนักการเมืองดังคนหนึ่ง มีโทษจำคุก 4 ปี แต่ก็ไม่ซักทอดว่าใครเป็นผู้สั่งให้ไปยกตู้เซฟ
ทางกลุ่มนักการเมืองที่ถูกงัดตู้เซฟก็พยายามสืบหาว่าใครเป็นบงการ แต่ก็ไปตัดที่โล๊ะ เพราะรับสารภาพคนเดียวว่าลักทรัพย์จริง เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่ก่อเหตุและรับสารภาพเพียงคนเดียว โดยตัวคนที่เป็นลูกพี่ของโล๊ะก็มีความมั่นใจ ว่าโล๊ะจะไม่ซักทอดเขาแน่นอน รวมทั้งยังเปรยให้คนใกล้ชิดฟังอีกด้วยว่า โล๊ะไม่มีทางซักทอดเขาแน่นอน เพราะเขามีบุญคุณกับโล๊ะเยอะ และหวาดกลัวเขาด้วย เพราะว่าคนๆนี้ไม่ธรรมดา
โดยผู้ที่เป็นลูกพี่ของโล๊ะก็เป็นนักการเมืองด้วยเช่นกัน แต่ไม่ใช่นักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับเจ๊สายันต์ในตอนแรก แต่เป็นนักการเมืองที่มีความเกี่ยวข้องกับนักการเมืองอีกคนหนึ่ง เป็นพี่น้องกัน
นอกจากนี้ลูกพี่ของนายโล๊ะ เคยก่อเหตุฆ่าคน ไม่ใช่แค่ 1-2 คน เขาเคยพูดให้กับเจ๊เยาว์ฟัง ซึ่งเราไม่สามารถเอ่ยชื่อคนๆนี้ได้ แต่ว่าคนในพื้นที่อาจจะรู้แล้วว่าคนๆนี้เป็นใคร
ส่วนที่หลายคนสงสัยว่า “เจ๊เยาว์” เป็นใคร? ซึ่งเจ๊เยาว์ ก็โดนข้อหาจ้างวานฆ่าเหมือนกัน เป็นตัวผู้บงการ แต่ว่าตัวเขาข้ามไปอยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน และไปโดนหมายจับขณะที่เขาอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน จึงยังไม่สามารถเดินทางกลับมาได้ ระหว่างนั้นที่ไปอยู่ก็ถูกผู้บงการกล่อมว่าอย่ากลับเข้ามา เหมือนกับให้คดีเสร็จไปก่อน
เมื่อตนเองได้เข้ามาทำคดี ก็ดูแล้วว่ามีเพียงไม่กี่คน ที่จะเข้าไปถึงผู้ที่บงการได้จริงๆ ซึ่งผู้บงการของคดีนี้มีจำนวน 2 คน เป็นนักการเมืองทั้งคู่ ถ้ารวมเจ๊เยาว์ก็เป็น 3 คน ส่วนเจ๊เยาว์รายละเอียดจริงๆ จะเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ก็ยังเป็นที่คลางแคลงอยู่ ค่อนข้างน่าจะไกล แต่ก็มีส่วนรู้ว่ามีการกระทำความผิด แต่มีส่วนรู้ว่าไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีฆ่าด้วย เพราะไม่ได้มีความโกรธเคืองอะไรกัน แต่ข้ามไปประเทศเพื่อนบ้านเพื่อไปทำธุรกิจ ส่วนอีก 2 คน ยังอยู่ในเมืองไทย โดยทางเจ๊เยาว์ไม่ได้ร่วมขบวนการด้วย แต่อาจจะถูกวางแผนให้เสมือนว่าเป็นผู้บงการ เพราะเจ๊เยาว์หลังจากเกิดเหตุ ผู้บงการได้บอกให้เจ๊เยาว์เอารถที่ก่อเหตุข้ามฝั่งไป เพื่อที่จะให้ถูกตำรวจจับ เพราะถ้าตำรวจจับก็จะเชื่อมโยงมาว่าเจ๊เยาว์เป็นผู้บงการ ซึ่งเจ๊เยาว์ไม่ได้ทำเอง แต่ให้ลูกน้องขับรถข้ามฝั่งไป แต่มาถูกตำรวจจับ รถคนนี้เลยเป็นหลักฐานสำคัญในคดี เจ๊เยาว์เลยตกเป็นผู้ต้องหาในคดี
ทั้งนี้ สาเหตุที่พาตัวเจ๊เยาว์มา เพราะเจ๊เยาว์เป็นผู้ต้องหา และเป็นจิ๊กซอว์เพื่อจะเชื่อมไปถึงตัวคนบงการได้ พอทราบว่าเขาอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน และพาตัวมาค่อนข้างลำบาก เพราะตำรวจขอตัวไปอาจจะไม่ได้ตัวมาด้วยซ้ำ ต้องใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวคุยกับทางการลาว และคุยกับญาติเจ๊เยาว์ว่าให้มาต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม และศาลคงจะให้ความเป็นธรรมถ้าเจ๊เยาว์ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบงการฆ่า โดยใช้เวลาประสานประมาณ 1 เดือน ก็ข้ามมาทางจากฝั่งลาว และไปมอบตัวที่กองบังคับการปราบปรามเมื่อวานนี้ ซึ่งถ้าเขาให้การเป็นประโยชน์กับรูปคดี ก็จะเป็นประโยชน์กับผู้เสียหายด้วย
เมื่อวานนี้ เจ๊เยาว์มอบตัวที่กองปราบฯเสร็จ ก็เดินทางไปที่จังหวัดสระแก้ว ไปชี้บ้านที่มีการเจรจา เคยใช้ให้มีการกระทำความผิด จากนั้นก็ไปที่โรงพักเพื่อจะมีการสอบสวน ซึ่งจากการที่ตนเองได้พูดคุยกับเจ๊เยาว์ เจ๊เยาว์เล่าให้ฟังว่า ผู้บงการเคยคุยกับเขา ว่าอยากได้เงินอีกก้อนหนึ่งเพื่อที่จะใช้เป็นทุนในการเลือกตั้ง เพราะจะลงเลือกตั้งท้องถิ่นที่ใหญ่ จึงต้องใช้เงิน ก็มองบ้านเจ๊สายันต์ไว้ และมีการพูดเปรยว่า ถ้าเกิดจำเป็นก็ต้องฆ่า หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดเหตุเกิดขึ้น และสองคนนี้มีความสนิทสนมกัน เขาก็มีการคุยกันตลอดเวลา ได้บอกให้เจ๊เยาว์พาเขาหนีไปหลังเกิดเหตุ มีหลักฐานว่ามีการเดินทางไปอยู่ เพื่อไปเก็บตัว เพราะไม่รู้ว่าตำรวจจะเข้าไปหรือไม่ ระหว่างที่อยู่ด้วยกัน ก็ได้เล่าให้ฟังว่า เพราะอะไรถึงต้องทำ อันนี้ไม่สามารถเปิดเผยได้ และมันน่าจะอยู่ในสำนวนการสอบสวนแล้ว โดยกระบวนการหลังจากนี้ เจ๊เยาว์ได้อยู่ในความคุ้มครองของเจ้าหน้าที่ และอยู่ระหว่างขั้นตอนของการสอบสวนหาข้อเท็จจริง และสืบหาผู้บงการฆ่าต่อไป
ชมคลิปที่นี่ : “ทนายตั้ม” เผย “เจ๊เยาว์” คือ “กุญแจ” สู่ผู้บงการฆ่า “เจ๊สายันต์”