ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีนัส สีสุข ผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง แนะนำวิธีการขอสัญชาติไทย ของนางสาวอซึกิ อิวาตานิ หรือ “อาจู” นักกีฬาคาราเต้ วัย 17 ปี สัญชาติญี่ปุ่น โดยแนะนำ 3 อย่าง วิธีแรกคือ อาซึกิ ต้องการแปลงสัญชาติเป็นไทย ต้องมีอายุครบ 20 ปีก่อน ถึงขอแปลงสัญชาติได้ เว้นแต่ถ้าบิดาหรือมารดาขอแปลงสัญชาติ ก็สามารถขอแปลงให้บุตรไปพร้อมกันได้ กรณีที่ 2. ใช้วิธีเดียวกับนายหม่อง ทองดี กรณีเป็นผู้เกิดในประเทศไทย และทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศ เพียงแต่ อซึกิ ต้องสละสัญชาติญี่ปุ่นก่อน แล้วยื่นเรื่องขอให้รับรองว่ามีความจำเป็นต้องมีสัญชาติไทยด้วยเหตุผลการทำคุณประโยชน์ให้ประเทศ ซึ่งกรณีนี้ไม่เกี่ยวกับบิดา-มารดาของอาซึกิ พ่อและแม่จึงไม่ต้องสละสัญชาติญี่ปุ่นด้วย ส่วนข้อแนะนำที่ 3. กรณีที่โค้ชคาราเต้ทีมชาติไทยกังวลว่า ช่วงระหว่างที่ อซึกิ รอการอนุมัติจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ในการสละสัญชาติญี่ปุ่นแล้ว อซึกิ จะเป็นบุคคลไร้สัญชาติ จึงไม่สามารถลงแข่งรายการใดๆได้ ทำให้เกิดความเป็นห่วงเรื่องระยะเวลาของการอนุมัติสัญชาติไทย
ผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน ชี้แจงว่า ระยะเวลาการพิจารณาและออกหนังสือแจ้งความเห็นของกระทรวงมหาดไทย ที่เห็นว่าผู้ร้องเป็นผู้ทำคุณประโยชน์จริงตามที่แจ้งหรือไม่ ถ้ารับรองว่าจริงก็จะเป็นหลักฐานให้ อาซึกิ นำไปยื่นขอสัญชาติไทยได้ ซึ่งตามระเบียบกำหนดขั้นตอนการดำเนินการเรื่องนี้ไว้ไม่เกิน 90 วัน แต่จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด และแนะนำให้ อซึกิ ยื่นเรื่องในช่วงที่ไม่มีโปรแกรมการแข่งขัน เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ในการลงแข่งระหว่างรอการอนุมัติสัญชาติไทย
สำหรับ อซึกิ เป็นนักคาราเต้ดาวรุ่งที่กวาดเหรียญทองในการแข่งขันคาราเต้ประเภท กาต้า รุ่นซีรีย์ เอ มาแล้วถึง 3 รายการ และเพิ่งขยับขึ้นชั้นซีเนียร์ได้ไม่นาน โดยมีชื่อในทีมชาติชุดใหญ่ แต่กลับอดลงแข่งขันในกีฬาเอเชียนเกมส์ ที่อินโดนีเซียครั้งนี้ เนื่องจากทำเรื่องขอสัญชาติไทยไม่ได้ แต่รายการคาราเต้โลก ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ทางสมาคมคาราเต้แห่งประเทศไทย หวังที่จะส่ง อซึกิ ลงแข่งในนามทีมไทย เพื่อลุ้นแชมป์คาราเต้โลก
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้