เครื่องดักขยะนี้ถูกสร้างขึ้นโดยทีมวิศวกรของมูลนิธิ Ocean Cleanup ซึ่งมีนาย Boyan Slat เด็กหนุ่มวัยเพียง 24 ปี เป็นประธาน ตอนนี้มันสร้างเสร็จแล้ว และเริ่มปล่อยลงสู่ทะเลที่บริเวณนอกชายฝั่งนคร ซาน ฟรานซิสโก ของสหรัฐฯ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง โดยเป้าหมายอยู่ที่กองขยะขนาดยักษ์ ซึ่งประกอบด้วยเศษพลาสติกเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งลอยอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิก ระหว่างรัฐฮาวายกับแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ ซึ่งมีการประเมินกันว่า ขยะกองใหญ่นี้มีเศษพลาสติกรวมตัวกันอยู่ไม่ต่ำกว่า 1.8 แสนล้านชิ้น เทียบเท่ากับรัฐควีนส์แลนด์ ของออสเตรเลีย หรือประมาณ 4 เท่าของพื้นที่ประเทศไทย
ลักษณะของเครื่องดักขยะเครื่องนี้ จะคล้ายกับอวนดักปลา มีขนาดความกว้าง 600 เมตร แต่จะจมอยู่ใต้ผิวน้ำลึกลงไปเพียง 3 เมตร เพื่อที่จะได้ไม่ไปรบกวนสัตว์ทะเล โดยจะมีการติดตั้งกล้อง ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และระบบเซนเซอร์ ไว้ใช้ติดต่อกับคนบนบก เพื่อที่เวลาเก็บขยะจนเต็มแล้ว ก็จะมีออกไปรับขยะกลับเข้าฝั่ง คาดว่าเจ้าเครื่องนี้ จะสามารถเก็บขยะกลางทะเลได้เดือนละ 5 ตันครึ่ง นั่นหมายความว่า มันจะสามารถเก็บขยะได้ครึ่งหนึ่งของทั้งหมดภายในเวลา 5 ปี ซึ่งเจ้าของบอกว่า มันถูกสร้างขึ้นเพื่อให้มีความทนทานกับสภาพกลางมหาสมุทร ที่มีทั้งคลื่นลมแรงและพายุได้ถึง 20 ปี
โครงการนี้ได้รับคำชมเชยจากหลายฝ่าย รวมถึงนาย “อีลอน มัสก์” ผู้บริหารของบริษัท”เทสลา”(Tesla) แต่ก็มีเสียงท้วงติงไม่น้อยจาก กรีนพีซ (Greenpeace) ที่เห็นว่า นี่คือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะพลาสติกยังคงถูกทิ้งลงมหาสมุทรปีละไม่ต่ำกว่า 8 ล้านตัน ทางที่ดี ควรจะให้ความรู้แก่ประชาชน ไม่ให้ทิ้งขยะเรี่ยราดน่าจะดีกว่า สำหรับนาย Boyan Slat ได้ไอเดียในการจัดตั้งมูลนิธิ Ocean Cleanup มาจากเมื่อครั้งอายุ 16 ปี ที่เขาดำน้ำและไปพบว่า มีขยะพลาสติกในทะเลมากกว่าปลา จึงตัดสินใจตั้งมูลนิธิ พร้อมกับประกาศระดมทุน ซึ่งก็ได้รับความสนใจอย่างมาก