งานวิจัยดังกล่าวเป็นของวิทยาลัยสุขวิทยาและเวชศาสตร์เขตร้อนแห่งลอนดอน โดยนำสุนัข 2 ตัว คือ เล็กซี (Lexi) ซึ่งเป็นสุนัขพันธุ์ผสมลาบราดอร์-โกลเดน รีทรีฟเวอร์ และ ซัลลี (Sally) ซึ่งเป็นพันธุ์ลาบราดอร์ มาฝึกฝนเพื่อให้สามารถแยกแยะกลิ่นของเด็กที่ติดเชื้อมาลาเรียและเด็กที่ไม่ติดเชื้อ
จากนั้นได้นำถุงเท้าของเด็กอายุระหว่าง 5-14 ปี จากประเทศแกมเบียในแอฟริกา จำนวน 175 คู่ มาให้สุนัขทั้ง 2 ตัวทดสอบดมกลิ่น โดยจำนวนนี้มีเด็กที่ตรวจพบเชื้อมาลาเรียอยู่ก่อนแล้ว 30 คน ที่เหลือ 145 คนเป็นเด็กที่ไม่ติดเชื้อ
ผลการทดสอบพบว่า สุนัขทั้งสองตัวสามารถตรวจพบเชื้อมาลาเรียจากการดมกลิ่นถุงเท้าได้แม่นยำ 70 เปอร์เซนต์ และสามารถแยกแยะว่าใครคือผู้ที่ไม่ติดเชื้อได้สูงถึง 90 เปอร์เซนต์
ศาสตราจารย์ สตีฟ ลินด์ซีย์ จากมหาวิทยาลัยเดอร์แรม หนึ่งในผู้ร่วมวิจัย ระบุว่า แม้การศึกษาดังกล่าวจะยังเป็นเพียงขั้นต้น แต่ก็แสดงให้เห็นว่าสุนัขสามารถถูกฝึกให้ดมกลิ่นเชื้อมาลาเรียจากกลิ่นกายของตัวผู้ป่วยเอง ซึ่งให้ผลน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง รวมทั้งยังอาจเป็นวิธีการตรวจคัดกรองหาผู้เป็นพาหะมาลาเรียแบบเคลื่อนที่ โดยไม่รบกวนผู้ที่ถูกตรวจมากเกินไป เหมือนกับการใช้สุนัขดมกลิ่นตรวจหายาเสพติดตามสนามบิน
นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกที่มีการค้นพบว่าสัตว์มีความสามารถตรวจหาการติดเชื้อปรสิตในร่างกายมนุษย์ ซึ่งโรคมาลาเรียเกิดจากโปรโตซัวในตระกูลพลาสโมเดียมผ่านการกัดของยุง
ติดตามข่าววันนี้ได้ที่นี่ >>> //www.pptvhd36.com/special/ข่าววันนี้