ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเด็กวัยรุ่นหญิง อายุ 14 ปี ซึ่งหายตัวออกจากบ้านและพบในเวลาต่อมา โดยมีการนำเสนอข่าวอย่างครึกโครมนั้น นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้โพสต์เฟซบุ๊ค ระบุถึงเรื่อดังกล่าว่าเป็น “สิทธิที่จะถูกลืม
เธอระบุว่า กรณีเด็กวัยรุ่นหญิงหาย RightToBeForgotten สิทธิที่จะถูกลืม
สิทธิที่จะถูกลืม เป็นสิทธิใหม่ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารถูกผลิตผ่านสื่อต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อออนไลน์ และบางข้อมูลถูกผลิตซ้ำๆผ่านสื่อที่หลากหลายช่องทาง ถึงแม้ว่าบางข้อมูลศาลพิพากษาจนสิ้นสุดกระบวนการยุติธรรมแล้วว่าบุคคลนั้นๆไม่มีความผิด หรือข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่สื่อก็ไม่ได้นำเสนอข้อมูลว่าท้ายที่สุดผู้นั้นคือผู้บริสุทธิ์ตามคำพิพากษาของศาล ไม่มีการลบข้อมูล ทำให้ผู้เสียหายไม่ถูกลืมจากสังคมในข่าวเชิงลบ ไม่สามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ และถูกซ้ำเติมจากข้อมูลเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่จบสิ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สมาคมนักข่าวเรียกร้องสื่อคำนึงถึงสิทธิเด็กถูกพ่อทำร้าย
โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นกับผู้หญิงและเด็กในกรณีมิติความอ่อนไหวทางเพศสภาพ การซ้ำเติมทางสื่อออนไลน์ยิ่งเพิ่มความทุกข์ทรมานต่อเหยื่อมากขึ้น
สิทธิที่จะถูกลืม (right to be forgotten) มีความเชื่อมโยงอย่างสูงกับ #สิทธิความเป็นส่วนตัว (#RightToPrivacy) ทั้งสองสิทธิเป็นเรื่องใหม่มากสำหรับสังคมไทย แม้จะมีการรองรับสิทธิในความเป็นส่วนตัว ในรัฐธรรมนูญแต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มี พ.ร.บ.เฉพาะที่รับรองสิทธินี้ ขณะที่สิทธิที่จะถูกลืมยังไม่มีบทบัญญัติใดๆในกฎหมายไทยเพื่อคุ้มครอง อีกทั้งคนไทยที่ส่วนมากยังไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะในบริบทของสื่อออนไลน์ที่ข้อมูลส่วนบุคคลสามารถเข้าถึงง่าย เปิดเผย ทำให้เกิดการก้าวล่วง จาบจ้วง หรือถูกนำไปแสวงประโยชน์จนบุคคลนั้นไม่สามารถจะควบคุมหรือทัดทาน เกิดผลกระทบต่อเนื่องยาวนานไม่จบสิ้น
พบเด็กแล้วก็ควรดีใจ ทุกฝ่ายต้องหยุดพูด หยุดจินตนาการ ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมทำหน้าที่ คิดถึง ประโยชน์สูงสุดของเด็กอนาคตเด็ก ให้กำลังใจและยืนเคียงข้างเด็กหญิงคนนั้น