ย้อนไปปี 1999 นั้นคือ 20 ปีที่แล้ว รักแรกพบเกิดขึ้น ณ บาร์แห่งหนึ่ง กลางกรุงเทพมหานคร
คุณอุ้ยเล่าให้ฟังว่าคืนนั้นเป็นวันที่ 18 กรกฎาคม เป็นครั้งแรกที่คุณทอมเดินทางมาจากนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาเพื่อเที่ยวกรุงเทพฯ และเป็นคืนสุดท้ายของคุณทอมด้วยเช่นกันและนาทีที่ทั้งสองเห็นหน้ากันทุกอย่างบนโลกมัน “หยุดนิ่ง” ซึ่งคุณอุ้ยใช้คำว่า Love at first sight (รักแรกพบ) เช่นเดียวกับคุณทอม
“ ผมเห็นผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ที่บาร์ เขาดูดีมาก แล้วทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวหยุดนิ่ง ผมโฟกัสไปที่เขาแค่คนเดียว เป็นความรู้สึกที่เรียกว่า รักแรกพบ เหมือนมีบางสิ่งเกิดขึ้นกับผมซึ่งผมรู้ว่าเป็นความรักที่ผมกำลังมองหา” คุณทอมเล่าถึงคืนนั้นให้ฟัง
เขาบอกด้วยว่าทั้งคู่ต่างยิ้มให้กันแต่ไม่เดินเข้ามาคุยกัน ทั้งที่คุณทอมก็รออยู่ว่าเมื่อไหร่คุณอุ้ยจะเข้ามาทักทายสุดท้ายเป็นเขาเองที่เดินเข้าไปถามชื่อคุณอุ้ยเป็นภาษาไทย
“ เขายิ้มให้ผมตลอดเวลา ผมก็คิดว่าทำไมมาคุย ผมรออยู่ ในที่สุดผมก็เลยคุยกับเขา โดยถามเพื่อนก่อนว่าถามชื่อเป็นภาษาไทยว่าอย่างไร แล้วก็ไปถามเขาว่า “คุณชื่ออะไรครับ” แล้วพี่อุ้ยก็ตอบเป็นภาษาไทย แล้วก็พูดภาษาไทยรัวๆๆๆๆ ก็เลยบอกว่า ผมไม่ใช่คนไทยๆ (หัวเราะ) ”
เดทแรกเริ่มต้นขึ้นก่อนคุณทอมเดินทางกลับประเทศสิงคโปร์ บ้านเกิด แต่เป็นเดทเดียวที่ทำให้ทั้งสองคนตัดสินใจไปใช้ชีวิตที่สหรัฐอเมริกา
สาวหล่อขอแฟนสาวแต่งงาน พ่อแม่ไม่กีดกันมองความรักเป็นสิ่งสวยงาม
“วู้ดดี้” เผยภาพพรีเวดดิ้ง นับวันรอ พรบ.ชีวิตคู่ผ่าน
พรบ.คู่ชีวิต จุดเริ่มต้นในการสร้างความเท่าเทียม
เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของคุณอุ้ยเนื่องจากคุณทอมกำลังเรียนอยู่ที่ NYU Stern School of Business เขายอมทิ้งหน้าที่การงานทุกอย่างเพื่อไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ซึ่งในระหว่างที่คุณทอมเรียนหนังสือ คุณอุ้ยทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟ เรียนภาษาอังกฤษ จนกระทั่งคุณทอมใกล้สำเร็จการศึกษา การตัดสินใจที่ยากที่สุดเกิดขึ้นอีกครั้งแต่เพื่ออนาคตของคนที่เขารัก คุณอุ้ยเลือกที่จะเดินทางกลับเมืองไทยเพื่อตัดใจเลิกกับคุณทอม
“ ตอนนั้นพี่ยังรักแต่พี่พยายามตัด ตัดหักดิบ โดยการที่บอกเราเลิกกันนะ เพราะอย่างที่บอกไม่อยากจะเสียอนาคตของเขาเพราะถ้าเรียนจบเขาจะมีคนมารอมารับไปทำงานบริษัทการเงินใหญ่ๆ พี่ก็คิดว่า ว่า เฮ้ย! เราจะอยู่ต่อไปอย่างไร พี่จะเป็นพนักงานเสิร์ฟต่อไปเหรอ ชีวิตพี่ไม่จบแค่นี้ อันนี้คือจุดพลิก ที่เริ่มทบทวน พี่ยังรักเขาเหมือนเดิมทุกประการ แต่ยิ่งรักมากขึ้น พี่ก็ยิ่งรู้สึกว่าพ่อแม่เขาส่งเสียเงินมาเรียนถึงนิวยอร์ก แต่ว่าจบมาแล้ว ถ้าเกิดเขาตามพี่มาเมืองไทยทำอะไร สองคือแน่ๆ อยู่แล้วถ้าเขาอยู่นิวยอร์ก พี่ก็ต้องเป็นพนักงานเสิร์ฟ ไม่ได้แล้ว มันเต็มที่แล้วสำหรับการอยู่มา 2 ปี กับการเป็นพนักงานเสิร์ฟ พี่ก็เลยบอกพี่ขอกลับมาอยู่เมืองไทยก่อน ต่างคนต่างอยู่แล้วกัน”
MTL เจาะกลุ่ม “คู่ชีวิต” ทุกความรักทำประกันได้
ครม.ไฟเขียว เตรียมส่ง ร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิต ให้สนช.พิจารณา
คุณทอมเล่าเสริมว่าช่วงแรกยังไม่คิดว่าเราเลิกกัน เพราะยังคงโทรหากันทุกวัน ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน ไม่มีโซเชียลมีเดีย จะต้องใช้วิธีการโทรทางไกลข้ามประเทศด้วยค่าบริการที่แพงมาก แต่คุณอุ้ยก็ยังโทรหา ถามไถ่ อยู่ตลอด จนวันนี้คุณอุ้ยตัดสินใจบอกตรงๆว่า “เลิกกันเถอะ” เขาบอกว่า ณ วันนั้นเหมือนใจสลายและมันยากกับการที่จะเรียนไปด้วยซึ่งเป็นเทอมสุดท้ายและผ่านจุดเสียใจไปด้วย ถึงขั้นน้ำหนักลดไปเป็นสิบกิโลกรัม
ซีรีส์จบคนไม่จบ...ชาวทวิตติดแฮชแท็ก #รุ้งสีเทา ส่งท้ายขึ้นเทรนอันดับ 2 จิตใจจะบอบช้ำกันแค่ไหนไปดู
สาวๆ รู้ไว้ 10 สิ่งสุดเบื่อที่หนุ่มๆ เอือมระอา
คุณทอมเล่าต่อว่า พี่สาวคุณทอมถามว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อรู้ความจริงจึงให้เงิน 1,000 ดอลลาร์ เพื่อให้คุณทอมบินกลับมากรุงเทพฯ ซึ่งในตอนนั้น คุณทอมยังมีคำถามในใจว่า “ทำไมถึงต้องเลิกกัน” แม้ว่าคุณอุ้ยจะบอกว่าไม่อยากทำลายอนาคตแต่สำหรับคุณทอม คุณอุ้ยคือ “อนาคตของเขา”
“ผมคิดว่าเขาคืออนาคตของผม มันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ แต่มันเป็นความรู้สึกที่เขาสำคัญเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง ดังนั้นผมจึงตัดสินใจมาหาเขา มาเจอเขา มาอยู่กับเขาที่กรุงเทพฯ ผมคิดว่าเขายังคงรักผมอยู่ มันเหมือนกับตอนที่เขาตัดสินใจเสียสละทุกอย่างไปหาผมที่นิวยอร์กตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกัน ซึ่งการที่ผมมากรุงเทพฯ ก็ตัดสินใจแบบนั้นเหมือนกัน”
คุณอุ้ยเล่าเสริมว่า “ครั้งแรกที่เขาบินมาเมืองไทย พี่เห็นเขาครั้งแรกที่ตกใจคือเขาผอม น้ำหนักลดไปเลย 10 กิโลกรัม พี่เห็นครั้งแรกพี่ร้องไห้ ห่างกัน 6 เดือนหลังเขาจบ พี่ร้องไห้ แล้วก็เลยบอกงั้นก็มาอยู่ด้วยกันแล้วกัน หลังจากนั้นก็ไม่กลับสิงคโปร์อีกเลย”
แนะเปิดทาง “ชาย –หญิง” ใช้กฎหมายคู่ชีวิต เพิ่มความเท่าเทียมทางเพศ
ในช่วงแรกที่คุณทอมเข้ามาช่วยธุรกิจที่บ้านของคุณอุ้ยก่อนที่จะออกมาเปิดบริษัท บริษัท Gcircuit Co.,Ltd. รับจัดงานปาร์ตี้ที่เน้นไปที่กลุ่มเกย์ จนเป็นที่รู้จักในกลุ่ม LGBT โดยเฉพาะในช่วงสงกรานต์ที่จะมีนักท่องเที่ยวชาวเกย์จากทั่วโลกเดินทางมาร่วมงานซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จมากจนเป็นที่โด่งดังและทำต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
เส้นทางความรัก 20 ปี พิสูจน์แล้วว่า คุณอุ้ย-คุณทอม คือ “คู่ชีวิต” แต่กว่าจะมีงานแต่งงานที่แสนโรแมนติก ทั้งคู่ต้องจับมือกันฝ่าฟันอุสรรคมามากมายซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนไม่ได้เห็น ซึ่งคุณอุ้ยบอกกับเราว่า ต้องขอบคุณ ทอม ที่ยึดมั่นในความรักและใช้ความรักมากันผ่านทุกอุปสรรคมาได้
“ ถ้าย้อนกลับไปก็ขอบคุณทอม เขายอมทำทุกสิ่งทุกอย่าง เขาเอาความรักมาเป็นพื้นฐาน เอาความรักมาอันดับหนึ่ง เมื่อความรักมาอันดับหนึ่งหน้าที่การงานตามมา ของพี่ตอนนั้นพี่ยังห่วงเรื่องการงานของเขาอยู่ แต่เขาไม่สนใจเขาบอกถ้าเกิดเขาทำงานที่นิวยอร์ก คนเดียวแล้วไม่มีความรักมันก็ไม่มีประโยชน์สำหรับชีวิตเขา”
แต่ใช่ว่าทุกวันจะราบรื่นแต่ในวันที่ทั้งคู่ไม่เข้าใจกัน ทะเลาะกัน พวกเขามีกฎที่แข็งแรง คือ “คุย” และ “ต้องจบให้ได้ภายในวันนั้น” คุณอุ้ยบอกว่า บางครั้งทะเลาะกันตอนหัวค่ำคุยกันจนเช้าก็ยังไม่ได้นอน
แต่มันก็ไม่ใช่กับทุกคู่....เชื่อว่าอ่านมาถึงตรงนี้คู่รัก LGBT หลายคู่คงยกให้เป็นต้นแบบและอยากเดินรอยตามแต่คุณอุ้ยให้ข้อคิดว่า...
ฟังมุมมองความหลากหลายทางเพศจากคนบันเทิง
“บราซิล” ให้ความเกลียดชังคนรักเพศเดียวกันเป็นอาชญากรรม
“มีสิ่งที่ต้องปรับกับเยอะมาก เพราะตอนนั้น พี่อุ้ยอายุ 32 ปี ผม 22 ปี ยังไม่รู้จักตัวตนซึ่งกันและกัน คงสังเกตว่าทำไมคู่ชีวิตเกย์บางคนอยู่ด้วยกันไม่ยาว เพราะช่วงแรกที่เรายังซ่อนความรู้สึก หรือความนึกคิดที่แท้จริง ไม่แสดงให้อีกคนหนึ่งเห็น เพราะฉะนั้นเรียกว่า ประนีประนอม ยืดหยุ่น มากกว่า เข้าหากันค่อนข้างสูงมากแล้วก็ แคร์กัน และจุดแข็งแรงที่สุด คือ รัก และต้องรักมากๆไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คือ รัก ต่อให้มีปัญหาอุปสรรคอะไรก็ผ่านมาได้ตลอด”
เช่นเดียวกับคุณทอม...
ความหลากหลายทางเพศ LGBT เรื่องที่สังคม ต้องเรียนรู้และเข้าใจ
“ ผมคิดว่าความสัมพันธ์แบบเกย์หรือเลสเบี้ยนก็ตาม เมื่อพบใครบางคนที่คุณคิดว่าเขาคือรักแท้ มันไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราต้องมาอยู่ด้วยกัน คุณจะเห็นสิ่งที่คุณไม่ชอบ ไม่ต้องการ และพยายามที่จะเปลี่ยนเขา จากประสบการณ์ของผม ผมเคยจะเปลี่ยนพี่อุ้ย พยายามที่จะบอกว่าทำแบบนี้ผมไม่มีความสุข ซึ่งผมเห็นว่าพี่อุ้ยพยายามที่จะเปลี่ยน แต่มันยากที่เราจะเปลี่ยนใครสักคนแต่เพราะเรารักกันมาก ดังนั้น คุณต้องถามตัวเองว่าเรารักเขาเพราะอะไร”
หลังงานแต่งงานสุดเพอร์เฟคทั้งสองจะยังคงใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ทำงานด้วยกัน แต่มีอีกด้านหนึ่งที่ “คู่ชีวิต” คู่นี้กลับสร้าง “กำลังใจและแรงบันดาลใจ” ให้คู่รัก LGBT อีกหลายคู่จับมือกันแน่นกว่าเดิมและพร้อมฝ่าฟันทุกอุปสรรคที่เข้ามา
พ่อ-แม่ ทำอย่างไร เมื่อลูกมาบอกว่าเป็น ‘ตุ๊ด’ ?
พบกับ LIFE STORY ตอนอื่นๆได้ที่ : //www.pptvhd36.com/tags/PPTVLIFESTORY