ป้ายร้านนาข้าวลอยน้ำเคียนซาตาปี ตรงนี้ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเคยเป็นพื้นดิน ให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปเช็กอิน แต่เพียงไม่กี่วัน มวลน้ำก็ทะลักเข้าเต็มพื้นที่ ร้านนาข้าวลอยน้ำเคียนซาตาปี ที่เคยเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ จุดถ่ายรูป ต้องจมอยู่ในน้ำทั้งหมด หลงเหลือแค่แพร้านอาหารเท่านั้น
เจ้าของร้านบอกว่า ลงทุนไปกว่า 2 ล้านบาท เพื่อต้องการให้ที่นี่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่เมื่อเปิดให้บริการ กลับต้องเจอสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ต้องมาเจอน้ำท่วมอีก
เจ้าของร้านนาข้าวลอยน้ำเคียนซาตาปี ยังบอกอีกว่า หลังจากนี้หากน้ำลด คงไม่กลับไปเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกเพราะไม่มีเงินลงทุน แต่จะเป็นแค่ร้านอาหารบนแพที่ยังเหลืออยู่เท่านั้น
นอกจากนี้ ทีมข่าวลงพื้นที่ บ้านแหลมไผ่ ม.1 ต.เคียนซา อ.เคียนซา พบว่าบ้านเรือนประชาชนกว่า 40 หลังเรือนได้รับผลกระทบจากมวลน้ำจากจ.นครศรีธรรมราช ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร ทำให้ต้องใช้เรือในการสัญจร โดยตลอด 2-3 วันหลังน้ำท่วมสูงขณะยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปช่วยเหลือ นอกจากองค์การบริหารส่วนตำบลเคียนซา ที่เข้าไปช่วยเหลือในเบื้องต้นเท่านั้น
ลุงศิริ หนึ่งในผู้ประสบภัย บอกว่า ลงทุนปลูกปาล์มไปกว่า 2 แสนบาท มีพื้นที่เสียหายกว่า 35 ไร่ สุดท้ายโดนน้ำท่วมทั้งหมด หากน้ำไม่ลด ประมาณ 1 เดือนต้นปาล์ม ก็จะตาย ความเสียหายหายรอบนี้อาจทำให้หมดเนื้อหมดตัว
ชาวบ้านแหลมไผ่ บอกด้วยว่า จะไม่ย้ายออกจากบ้าน แม้น้ำจะท่วมสูง เพราะเป็นห่วงข้าวของเครื่องใช้ สร้างความกังวลให้กับท้องถิ่นเนื่องจากได้จัดเตรียมสถานที่อพยพไว้รองรับแล้ว สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือลงเรือแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่มให้ตามบ้าน และคอยตรวจสอบระดับน้ำทุกชั่วโมง เพื่อเตรียมรับมือการอพยพไว้หากมีเหตุฉุกเฉิน