เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2564 ช่วงที่ทีมข่าวลงพื้นที่ ไปที่บ้านของนายชาตรี พลีพัฒนากร อายุ 56 ปี ระหว่างนั้นพบว่า มีประชาชนไปตามหาป้ายทะเบียนที่บ้านของคุณลุงชาตรี เมื่อบอกเลขทะเบียนไป คุณลุงชาตรีก็เอาป้ายมาคืนให้ เมื่อถามว่า ทราบข่าวที่มีคนโจมตีว่า คุณลุงเรียกเก็บเงินค่าป้ายทะเบียน 100 บาท เห็นด้วยหรือไม่ ประชาชนคนนี้บอกว่า เต็มใจให้เงินคุณลุง เพราะ หากไปตามหาป้ายเองน่าจะลำบากมากกว่า
เมื่อเข้าไปดูที่บ้านของคุณลุง พบว่า มีป้ายทะเบียน ทั้งป้ายขาว ป้ายดำ นับร้อยแผ่น รวมถึง มี กระจังหน้ารถ วางอยู่ด้วย คุณลุงชาตรี ระบุว่า ไม่ได้เรียกเก็บเงินตามที่โจมตี ส่วนใหญ่คนที่มาเอาป้ายคืนจะให้เงินเอง ไม่ได้เรียกร้องใด ๆ แต่เมื่อสังเกตบ้านที่พักของคุณลุง พบว่า มีเลขบัญชีเขียนติดไว้ที่ผนังบ้าน ตรงจุดที่วางป้ายทะเบียน
ขณะที่น.ส.มณฑารัตน์ เฉลิมวงศ์ อายุ 21 ปี คนที่นำเรื่องของคุณลุงชาตรีไปโพสต์เฟซบุ๊ก ตั้งคำถามว่า ทำแบบนี้ได้หรอ เรียกเก็บเงินค่าป้ายทะเบียน 100 บาท ทีมข่าวไปพูดคุยกับ น.ส.มณฑารัตน์ บอกว่า แฟนของเธอขับรถเข้าไปในซอยใกล้บ้านคุณลุงชาตรี เพราะ เป็นซอยที่สามารถทะลุออกข้างโรงพยาบาลบางนา ตอนนั้นน้ำท่วมสูง ฝนตก ทำให้ป้ายทะเบียนหลุดหาย เมื่อน้ำลดจึงไปตามหา ปรากฎว่า คุณลุงชาตรีเก็บป้ายได้ จึงเรียกเก็บเงิน 100 บาท ส่วนตัวเธอติดใจว่าทำแบบนี้ทำได้หรอ
ด้าน ตำรวจสายตรวจ สภ.บางพลี ลงพื้นที่ไปดูจุดเกิดเหตุ พร้อมเตือน คุณลุงชาตรี ว่าไม่สามารถเรียกเก็บเงินค่าป้ายทะเบียนกับเจ้าของได้ ย้ำว่า หากเจ้าของป้ายทะเบียนให้เงินเป็นสินน้ำใจ สามารถรับได้ แต่ไม่สามารถเรียกเงินได้ หากพบว่าเรียกรับเงินจะเข้าข่ายลักทรัพย์ หรือ กรรโชกทรัพย์ผู้อื่น
ล่าสุดตำรวจนับป้ายทะเบียน นับร้อยแผ่น กลับมาไว้ที่ สภ.บางพลีแล้ว ใครที่ตามหาสามารถไปตรวจสอบดูได้
เปิดใจ "คนเก็บป้ายทะเบียน" รอวันเจ้าของมาเอาคืน หลังน้ำท่วม (คลิป)