ถือเป็นอีกก้าวสำคัญทางประวัติศาสตร์ หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา “ร่างพระราชบัญญัติ เพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์” หรือ “สมรสเท่าเทียม” เสร็จแล้ว และ ส่งต่อมาให้วุฒิสภาพิจารณาต่อให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2567 ซึ่งเป็นวันที่สภาผู้แทนราษฎรส่งมาให้
ในการประชุมวุฒิสภา เมื่อวานนี้ (2 เมษายน 2567) เป็นการประชุมครั้งก่อนสุดท้ายของสมัยประชุมนี้ ก่อนที่จะปิดสมัยประชุมในวันที่ 9 เมษายน 2567
ที่ประชุมวุฒิสภาได้นำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาด้วย บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยความราบรื่น สว.ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายนี้
โดยหลังจากที่สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายเสร็จสิ้น ก็เข้าสู่การลงมติในวาระแรก (ขั้นรับหลักการ)
พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม กดออดเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม มีผู้แสดงตน 154 คน ถือว่าครบองค์ประชุม
จากนั้นถามมติว่า จะรับหลักการร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่
ผลออกมาพบว่า จากจำนวนผู้เข้าประชุม 158 เสียง เห็นด้วย 147 เสียง ไม่เห็นด้วย 4 เสียง งดออกเสียง 7 เสียง และไม่พบคนไม่ลงคะแนนเสียงแต่อย่างใด
ประธานในที่ประชุมจึงสรุปว่า ที่ประชุมลงมติเห็นชอบให้รับร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว ไว้พิจารณา และ มีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นพิจารณา จำนวน 27 คน กำหนดเวลาแปรญัตติภายใน 7 วัน ตามข้อบังคับ ซึ่งจะเป็นการพิจารณาเชิงรายละเอียด หลังจากกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแล้วเสร็จ ก็จะเข้าสู่การพิจารณาในวุฒิสภา วาระสอง ลงมติรายมาตรา และ การพิจารณาเห็นชอบในวาระสามต่อไป
พยากรณ์อากาศล่วงหน้า เตือน “พายุฤดูร้อน” รับมือ ฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง