แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบพฤติกรรมที่เกิดขึ้นบ่อยในกลุ่มคนทำงาน คือ สามารถจัดการเวลาเรื่องงานและการนัดหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การประชุมหรือการนัดหมาย แต่กลับละเลย "เวลานอน" โดยมักเลื่อนเวลาเข้านอนออกไป และทำกิจกรรมอื่นแทน เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือหรือเสพสื่อออนไลน์ ทั้งนี้ การนอนหลับเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายทำงานฟื้นฟูอย่างเข้มข้น โดยสมองจะทำหน้าที่กำจัดของเสียทีสะสมระหว่างวัน
ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบประสาทและอาจเชื่อมโยงกับความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม หากมีการสะสมในระยะยาว และขณะเดียวกัน ร่างกายยังปรับสมดุลฮอร์โมน ลดการอักเสบ และช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์
วัยทำงานถือเป็นกำลังหลักสำคัญในการดูแลครอบครัว ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสังคม จำเป็นต้องดูแลสุขภาพตนเองทั้งทางร่างกาย จิตใจ เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การนอนหลับไม่เพียงพอ อาจส่งผลให้สมองล้า สมาธิลดลง อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย และหากสะสมต่อเนื่อง จะทำให้ฮอร์โมนความเครียดเพิ่มขึ้น ส่งผลให้หิวบ่อย กินมากขึ้น ภูมิคุ้มกันลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรค NCDs เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ รวมถึงภาวะสมองเสื่อมในระยะยาว กรมอนามัยจึงแนะนำวัยทำงานให้ความสำคัญกับเวลานอนเหมือนเวลานัด โดยควรนอนหลับให้ได้ 7–9 ชั่วโมงต่อคืน กำหนดเวลาเข้านอนให้สม่ำเสมอ ลดการใช้หน้าจอก่อนนอน และตั้งเตือนเวลาเข้านอน เพราะทุกคืนคือโอกาสในการซ่อมแซมร่างกาย ออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ กินอาหารที่มีประโยชน์ ลดหวาน มัน เค็ม จะช่วยลดการลาป่วย ลดการขาดงาน ลดการบาดเจ็บและอุบัติเหตุจากการทำงาน และเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว