หลายคนใช้เวลาบนเตียงประมาณ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน แต่กลับละเลยการทำความสะอาดเครื่องนอน ทั้งที่ระหว่างการนอน ร่างกายจะขับเหงื่อ ผลัดเซลล์ผิว และปล่อยไขมันตามธรรมชาติออกมาตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้เมื่อสะสมร่วมกับฝุ่นละออง จะกลายเป็นแหล่งอาศัยของไรฝุ่นและจุลชีพบางชนิด แม้ ที่นอนสกปรกจะไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของโรคผิวหนังทุกชนิด แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า สิ่งสกปรกและสารก่อภูมิแพ้ที่สะสมในเครื่องนอนสามารถ
เพิ่มความเสี่ยงหรือกระตุ้นให้อาการของโรคผิวหนังและโรคภูมิแพ้กำเริบ ได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวบอบบาง เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคภูมิแพ้
สิ่งที่อาจสะสมอยู่บนเครื่องนอนมีอะไรบ้าง?
- เซลล์ผิวหนังที่หลุดลอก
- เหงื่อและไขมันจากร่างกาย
- ฝุ่นละออง
- ไรฝุ่นและมูลไรฝุ่น
- แบคทีเรียจากผิวหนัง
- เชื้อราที่เจริญเติบโตในสภาพอับชื้น
สิ่งเหล่านี้อาจทำให้ผู้ที่แพ้ไรฝุ่นหรือมีโรคผิวหนังอยู่แล้วเกิดอาการกำเริบได้
ปัญหาผิวหนังที่อาจเกิดขึ้น
- ผื่นแพ้และผื่นระคายเคือง สารก่อภูมิแพ้จากมูลไรฝุ่นและฝุ่นละอองอาจทำให้เกิดอาการคัน ผื่นแดง หรือระคายเคือง โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย
- โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ผู้ที่เป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) อาจมีอาการกำเริบเมื่อสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ในเครื่องนอน เช่น ไรฝุ่นและมูลไรฝุ่น
- สิวบริเวณใบหน้าและลำตัว ปลอกหมอนและที่นอนที่สะสมเหงื่อ ความมัน และสิ่งสกปรก อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้สิวอักเสบมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย
- อาจเกิดการติดเชื้อผิวหนัง หากมีแผลถลอก แผลเกา หรือผิวหนังอักเสบอยู่ก่อน การสัมผัสเครื่องนอนที่ไม่สะอาดอาจเพิ่มโอกาสเกิดการติดเชื้อแทรกซ้อน แม้จะไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะนำให้ทำความสะอาดห้องนอนอย่างสม่ำเสมอ และ ซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน มุ้ง ผ้าห่ม และพรมเช็ดเท้า ทุก 1-2 สัปดาห์ เพื่อลดไรฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของโรคภูมิแพ้และโรคผิวหนังได้ และแนะนำว่า ผู้ที่แพ้ไรฝุ่นควรซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าห่มด้วยน้ำร้อนมากกว่า 55 องศาเซลเซียส อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อช่วยลดจำนวนไรฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิธีลดความเสี่ยงจากเครื่องนอนสกปรก
- เปลี่ยนผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนเป็นประจำ
- ซักเครื่องนอนทุก 1-2 สัปดาห์
- หากทำได้ ควรซักด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนตามคำแนะนำของเนื้อผ้า
- ตากแดดหรืออบให้แห้งสนิท
- ดูดฝุ่นที่นอนเป็นประจำ
- เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ลดความอับชื้น
- หลีกเลี่ยงการนำสัตว์เลี้ยงขึ้นนอน หากมีอาการภูมิแพ้
7 สัญญาณเตือนควรเปลี่ยนที่นอนใหม่
- การยุบตัว ไม่คืนรูป
- ตื่นมาแล้วปวดหลัง ปวดคอ
- รู้สึกนอนหลับไม่สนิท
- อาการภูมิแพ้ คันจากไรฝุ่น
- ที่นอนมีกลิ่นอับ
- ที่นอนหมดอายุตามใบรับประกัน
การไม่เปลี่ยนผ้าปูที่นอนเป็นเวลานาน ไม่ได้ทำให้เกิดโรคผิวหนังโดยตรงในทุกคน แต่เครื่องนอนที่สะสมไรฝุ่น ฝุ่นละออง เหงื่อ และเชื้อจุลชีพ สามารถเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการคัน ผื่น ระคายเคือง สิว และทำให้อาการภูมิแพ้กำเริบได้ การซักเครื่องนอนทุก 1-2 สัปดาห์ ดูแลห้องนอนให้สะอาด และลดความอับชื้น จึงเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพผิวและระบบทางเดินหายใจ