เตือน! โรคไข้ดิน 2569 ป่วยแล้ว 3,102 ราย เสียชีวิต 136 ราย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรมควบคุมโรคเตือนระวังโรคไข้ดินช่วงฝนตกและน้ำท่วมขัง ปี 2569 พบผู้ป่วย 3,102 ราย เสียชีวิต 136 ราย แนะเลี่ยงสัมผัสดินและน้ำโดยตรง หากมีไข้หลังสัมผัสเชื้อให้รีบพบแพทย์

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงนี้ยังคงมีฝนตกในบางพื้นที่ ทำให้มีน้ำท่วมขังหรือดินชื้นแฉะ ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม เกษตรกร หรือผู้ที่ต้องทำงานสัมผัสดินและน้ำโดยตรง รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไตเรื้อรัง และโรคธาลัสซีเมีย มีความเสี่ยงป่วยโรคไข้ดินสูง ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (Digital Disease Surveillance: DDS) กองระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 27 ตุลาคม 2569 พบผู้ป่วย 3,102 ราย เสียชีวิต 136 ราย (อัตราป่วยตาย 4.38%)

 

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค

กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยต่อประชากรแสนคนสูง 3 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป รองลงมาเป็นกลุ่มอายุ 50 – 59 ปี และกลุ่มอายุ 40 – 49 ปี ตามลำดับ พื้นที่ที่พบผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น จังหวัดมุกดาหาร บึงกาฬ ยโสธร บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี เป็นต้น ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 1,828 ราย โดยภาพรวมสถานการณ์ในปีนี้ยังมีรายงานผู้ป่วยน้อยกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลังเล็กน้อย
เชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคไข้ดินมักพบในดินและแหล่งน้ำในทุกภูมิภาคของประเทศไทย สามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง ได้แก่ การสัมผัสเชื้อผ่านทางเยื่อบุผิวหนังหรือบาดแผล การดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ รวมถึงการสูดหายใจเอาฝุ่นจากดินที่มีเชื้อปนเปื้อนเข้าไป หลังติดเชื้อโดยเฉลี่ย 4 – 9 วัน มักแสดงอาการเจ็บป่วย เร็วสุดหนึ่งวัน แต่บางรายอาจนานเป็นปี ขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อที่ได้รับและภาวะภูมิคุ้มกันของแต่ละคน โรคนี้มีอาการแสดงที่ไม่จำเพาะ อาจเป็นการติดเชื้อเฉพาะที่หรือติดเชื้อแล้วแพร่กระจายทั่วทุกอวัยวะก็ได้ ซึ่งมีความหลากหลายคล้ายโรคติดเชื้ออื่นหลายโรค ส่วนใหญ่ผู้ป่วยเริ่มจากมีไข้ มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ หายใจหอบเหนื่อย เป็นต้น บางรายพบมีฝีที่ผิวหนัง ปอด ตับหรือม้าม ในรายที่มีอาการรุนแรงมักมีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด จึงทำให้วินิจฉัยโรคได้ยาก ต้องอาศัยการตรวจเพาะเชื้อทางห้องปฏิบัติการเป็นหลัก เพื่อใช้ประกอบการตรวจวินิจฉัยและรักษา

วิธีการป้องกันโรคไข้ดิน

  • หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำย่ำโคลนหรือสัมผัสดินและน้ำโดยตรง หากจำเป็นขอให้สวมรองเท้าบูต ถุงมือยาง กางเกงขายาวหรือชุดลุยน้ำ หลังสัมผัสดินและน้ำให้ทำความสะอาดร่างกายด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันที
  • หากมีบาดแผลที่ผิวหนัง ควรรีบทำความสะอาดด้วยยาฆ่าเชื้อและหลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำจนกว่าแผลจะแห้งสนิท
  • รับประทานอาหารปรุงสุก ดื่มน้ำในบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานหรือน้ำต้มสุกทุกครั้ง
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ท่ามกลางสายฝน โดยเฉพาะช่วงที่มีลมแรง มีพายุ อาจทำให้สูดละอองดินที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้
  • หากมีอาการไข้สูงต่อเนื่อง 2 วันขึ้นไป ร่วมกับมีประวัติการสัมผัสดินและน้ำ ควรรีบพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะเกษตรกรและผู้ป่วยโรคเบาหวาน

หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ