นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ แพทย์เฉพาะทางโรคระบบทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤตในเด็ก โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เจ้าของเพจ หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า อธิบายถึงกรณีข่าวเด็กเกาหลีเสียชีวิตจากโรคมือเท้าปาก ซึ่งสร้างความตกใจให้กับพ่อแม่หลายคน ที่ผ่านมา หลายคนมักเข้าใจว่าเป็นโรคที่เดี๋ยวก็หาย แต่ความจริงคือ แม้เด็กส่วนใหญ่จะเป็นแล้วหายเอง แต่ก็มีเด็กบางรายที่อาการรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้
คำถามสำคัญคือ ทำไมเด็ก 2 คนที่เป็น “โรคมือเท้าปาก” เหมือนกัน คนหนึ่งสามารถหายกลับบ้านได้ แต่อีกคนกลับป่วยรุนแรงจนเสียชีวิต?
โรคมือเท้าปากไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคเพียงตัวเดียว
หลายคนเข้าใจว่า “มือเท้าปาก” คือชื่อของเชื้อโรค แต่จริง ๆ แล้ว “มือเท้าปาก” เป็นชื่อของโรค และโรคนี้สามารถเกิดจากเชื้อไวรัสหลายชนิด หากอธิบายให้เข้าใจง่าย อาจลองนึกว่า “มือเท้าปาก” คือชื่อของแก๊งโจรแก๊งหนึ่ง โดยในแก๊งนี้มีสมาชิกหลายคน เมื่อสมาชิกคนใดคนหนึ่งออกมาก่อเรื่อง คนก็มักเรียกรวม ๆ ว่า “แก๊งมือเท้าปากมาก่อเรื่องอีกแล้ว” ทั้งที่จริง ๆ แล้ว คนที่ออกมาก่อเรื่องอาจไม่ใช่คนเดิม
A6 และ A16 เชื้อที่พบได้บ่อย
สมาชิกที่ออกมาก่อเรื่องบ่อยที่สุด คือ A6 และ A16 (Coxsackievirus A6 และ A16) หากเด็กเป็นโรคมือเท้าปาก ส่วนใหญ่มักเกิดจากเชื้อ 2 ชนิดนี้ เมื่อเชื้อกลุ่มนี้ก่อโรค เด็กมักมีอาการ เช่น
- ไข้
- แผลในปาก
- ผื่นที่มือ
- ผื่นที่เท้า
- บางรายมีผื่นที่ก้น
เด็กอาจมีอาการเจ็บปาก กินได้น้อย งอแง แต่ข่าวดีก็คือ ส่วนใหญ่ประมาณ 5–7 วันก็สามารถหายเองได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่พ่อแม่หลายคนรู้สึกว่า “โรคมือเท้าปากก็ไม่ได้รุนแรงอะไร” ซึ่งก็ไม่ผิด เพราะเด็กส่วนใหญ่กำลังเผชิญกับเชื้อกลุ่มนี้
นอกจากนี้ หากเด็กมีเพียงไข้และแผลในคอ แต่ไม่มีผื่นที่มือและเท้า จะเรียกว่า “โรคเฮอแปงไจน่า” (Herpangina) ซึ่งก็เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่มเดียวกัน
EV71 สมาชิกที่แพทย์เด็กไม่อยากเจอ
แต่หากถามว่า สมาชิกคนไหนของแก๊งนี้ที่แพทย์เด็กไม่อยากเจอมากที่สุด คำตอบคือ
EV71 (Enterovirus A71) สามารถทำให้เกิดโรคมือเท้าปากได้เช่นเดียวกัน แต่มีความแตกต่างตรงที่ มีโอกาสทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้มากกว่า เช่น
- สมองอักเสบ จนมีอาการชัก
- ก้านสมองอักเสบ จนหายใจเองไม่ได้
- กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้พบไม่บ่อย แต่เมื่อเกิดขึ้นจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ นี่จึงเป็นเหตุผลว่า แม้เด็ก 2 คนจะถูกวินิจฉัยว่า “เป็นโรคมือเท้าปาก” เหมือนกัน แต่ระดับความรุนแรงอาจแตกต่างกันมาก เพราะเชื้อที่ก่อโรคอาจไม่ใช่สมาชิกตัวเดียวกัน
ทำไมฉีดวัคซีนมือเท้าปากแล้ว ยังเป็นโรคได้?
หลายคนอาจสงสัยว่า หากมีวัคซีนมือเท้าปาก ทำไมเด็กที่ฉีดแล้วจึงยังสามารถเป็นโรคมือเท้าปากได้ หากย้อนกลับไปที่ภาพ “แก๊งโจร” แก๊งนี้มีสมาชิกหลายคน แต่มีสมาชิกบางคนที่เมื่อออกมาก่อเรื่องแล้ว มักสร้างความเสียหายรุนแรงกว่าคนอื่น ดังนั้น หากจะเลือกป้องกันก่อนสักคน ก็คงเลือกป้องกันสมาชิกที่อันตรายที่สุดก่อน วัคซีนมือเท้าปากที่พูดถึงกัน จริง ๆ แล้วเป็นวัคซีนที่ช่วยป้องกันเชื้อ EV71 เท่านั้น ไม่ได้ป้องกันเชื้อทุกชนิดที่ทำให้เกิดโรคมือเท้าปาก
วัคซีนมุ่งป้องกันสมาชิกที่มีโอกาสก่อโรครุนแรงที่สุดกลุ่มหนึ่ง จึงเป็นเหตุผลว่า เด็กที่ฉีดวัคซีน EV71 แล้ว ก็ยังสามารถเป็นโรคมือเท้าปากได้ เพราะเชื้อที่ก่อโรคในครั้งนั้นอาจเป็น A6, A16 หรือเชื้อชนิดอื่นที่วัคซีนไม่ได้ครอบคลุม
ดังนั้น ประโยคที่ว่า “ฉีดแล้วก็ยังเป็นอยู่ดี” จึงเป็นความจริง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะเป้าหมายของวัคซีน ไม่ใช่การทำให้เด็กไม่เป็นโรคมือเท้าปากเลย แต่คือการลดโอกาสที่เด็กจะติดเชื้อ EV71 ซึ่งเป็นเชื้อที่มีโอกาสทำให้เกิดโรครุนแรงมากกว่าสายพันธุ์อื่น
ข้อมูลวัคซีน EV71
วัคซีน EV71 สามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือน จนถึง 6 ปี (อายุ 71 เดือน)
- ฉีดทั้งหมด 2 เข็ม ห่างกัน 1 เดือน
- ฉีดครบแล้ว ไม่จำเป็นต้องฉีดซ้ำทุกปี
- สามารถป้องกันเชื้อ EV71 ได้ประมาณ 97%
หมอม็อด ระบุว่า โรคมือเท้าปากเกิดจากเชื้อหลายชนิด ไม่ใช่เชื้อตัวเดียว A6 และ A16 เป็นเชื้อที่พบได้บ่อย เด็กส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรงและหายเองได้ ขณะที่ EV71 พบไม่บ่อย แต่มีโอกาสทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น สมองอักเสบ ก้านสมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และอาจเสียชีวิตได้ และวัคซีน EV71 ไม่ได้ป้องกันโรคมือเท้าปากทุกชนิด แต่ช่วยลดความเสี่ยงจากเชื้อ EV71 ซึ่งเป็นเชื้อที่มีโอกาสทำให้เกิดโรครุนแรงมากกว่า