หมอหัวใจเตือน! ฉีดสเตียรอยด์เร่งกล้าม เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจหลายเท่า

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หมอแอร์เตือนการใช้ Anabolic Steroid เพื่อเร่งกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะขนาดสูงหรือหลายชนิดร่วมกัน เพิ่มเสี่ยงโรคหัวใจ หลอดเลือด ลิ่มเลือด ฮอร์โมนผิดปกติ และเสียชีวิตก่อนวัย แม้รูปร่างภายนอกจะดูกำยำแข็งแรงก็ตาม

นพ.อกนิษฐ์ ศรีสุขวัฒนา (หมอแอร์) อายุรแพทย์โรคหัวใจ และผู้ชำนาญการด้าน Sports Cardiology โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ เปิดเผยผ่านเพจ Akanis Srisukwattana ฉีดเร่งกล้าม Anabolic steroid  ขนาดสูงกล้ามอาจโตขึ้น แต่หัวใจและหลอดเลือดพังไว โดยการใช้ Anabolic-androgenic steroids หรือ AAS เช่น testosterone และอนุพันธ์ต่าง ๆ ได้แก่ nandrolone, trenbolone, stanozolol และ oxandrolone โดยเฉพาะการใช้หลายชนิดร่วมกันหรือใช้ในปริมาณสูงกว่าที่ใช้รักษาทางการแพทย์หลายเท่า อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพหลายระบบ

 

เตือนฉีดสเตียรอยด์เร่งกล้าม Akanis Srisukwattana
เตือนฉีดสเตียรอยด์เร่งกล้าม

หมอแอร์ ระบุว่าการศึกษาที่ติดตามผู้ชายใช้ AAS จำนวน 1,189 คน เปรียบเทียบกับผู้ชายวัยใกล้เคียงกัน 59,450 คน เป็นเวลาประมาณ 11 ปี พบว่า ผู้ใช้มีความเสี่ยงเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ได้แก่

  • กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ (Cardiomyopathy) เพิ่ม 8.9 เท่า
  • หัวใจล้มเหลว เพิ่ม 3.6 เท่า
  • กล้ามเนื้อหัวใจตาย เพิ่มประมาณ 3 เท่า
  • ต้องทำบอลลูนหรือผ่าตัดบายพาส เพิ่มประมาณ 3 เท่า
  • ลิ่มเลือดดำอุดตัน เพิ่ม 2.4 เท่า
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ เพิ่ม 2.3 เท่า

10 ผลกระทบสำคัญของการใช้ Anabolic Steroid

  • หลอดเลือดหัวใจตีบเร็วขึ้น AAS ทำให้ไขมันชนิดไม่ดี (LDL และ ApoB) สูงขึ้น ขณะที่ไขมันดี (HDL และ ApoA1) ลดลง ส่งผลให้เยื่อบุหลอดเลือดอักเสบ เกิดภาวะหลอดเลือดแข็ง และมีคราบไขมันสะสมในหลอดเลือดหัวใจเร็วกว่าปกติ เพิ่มความเสี่ยงหัวใจวายตั้งแต่อายุน้อย
  •  เลือดข้น เสี่ยงเกิดลิ่มเลือด ฮอร์โมน testosterone กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้เลือดมีความหนืดมากขึ้น เมื่อร่วมกับภาวะขาดน้ำ ความดันโลหิตสูง หรือการใช้ยาขับปัสสาวะ อาจเพิ่มความเสี่ยงเกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ ปอด หัวใจ และสมอง
  • หัวใจหนาผิดปกติ แม้หัวใจจะมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ไม่ใช่การปรับตัวแบบนักกีฬา เพราะมักมีพังผืดแทรก การคลายตัวของหัวใจผิดปกติ และแรงบีบตัวลดลง ทำให้เสี่ยงหัวใจล้มเหลวและหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยบางรายความผิดปกติอาจคงอยู่แม้หยุดใช้ยาแล้ว
  • ความดันโลหิตสูงและหัวใจเต้นผิดจังหวะ AAS ทำให้ร่างกายกักเก็บเกลือและน้ำ เพิ่มการทำงานของระบบประสาทซิมพาเทติก ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น และเพิ่มโอกาสเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือเสียชีวิตเฉียบพลัน
  • ไขมันในเลือดผิดปกติ ระหว่างการใช้ AAS พบว่า LDL และ ApoB เพิ่มขึ้น ขณะที่ HDL ลดลงอย่างชัดเจน แม้คอเลสเตอรอลรวมอาจไม่สูงมาก แต่ความเสี่ยงหลอดเลือดตีบยังเพิ่มขึ้น
  • รบกวนการควบคุมน้ำตาล แม้ผู้ใช้จะมีกล้ามเนื้อมากขึ้นและไขมันใต้ผิวหนังลดลง แต่การศึกษาพบว่าความไวต่ออินซูลินลดลง ทำให้การเผาผลาญน้ำตาลแย่ลง และอาจเพิ่มความเสี่ยงปัญหาเมตาบอลิซึมในระยะยาว
  • กระทบอารมณ์และสุขภาพจิต ระหว่างใช้ AAS อาจเกิดอารมณ์หงุดหงิด ก้าวร้าว นอนไม่หลับ หรือมั่นใจเกินจริง ขณะที่หลังหยุดใช้ ระดับฮอร์โมนเพศชายอาจลดลงจนเกิดภาวะซึมเศร้า อ่อนเพลีย ความต้องการทางเพศลดลง และบางรายมีความคิดทำร้ายตัวเอง
  • สิวและผิวมัน ฮอร์โมนแอนโดรเจนกระตุ้นต่อมไขมัน ทำให้เกิดสิวบริเวณใบหน้า หน้าอก หลัง และไหล่ รวมถึงเสี่ยงติดเชื้อจากการฉีดยาหากใช้อุปกรณ์ไม่สะอาด
  • ผมบาง ศีรษะล้านเร็ว AAS เพิ่มการเปลี่ยน testosterone เป็น DHT ซึ่งเร่งให้เกิดผมร่วงและศีรษะล้านในผู้ที่มีพันธุกรรมเสี่ยง โดยบางรายไม่สามารถฟื้นกลับมาได้หลังหยุดยา
  • อัณฑะฝ่อและมีบุตรยาก การได้รับฮอร์โมนจากภายนอกทำให้ร่างกายลดการสร้างฮอร์โมนเพศชายตามธรรมชาติ ส่งผลให้อัณฑะฝ่อ จำนวนอสุจิลดลง มีบุตรยาก สมรรถภาพทางเพศลดลง และอาจเกิดภาวะเต้านมโตในผู้ชาย นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคตับ โรคไต และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

Testosterone ที่แพทย์สั่งรักษา ต่างจากการฉีดเร่งกล้าม

หมอแอร์ ระบุว่า การรักษาด้วย testosterone ภายใต้ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ แตกต่างจากการใช้ AAS เพื่อเพิ่มกล้ามเนื้ออย่างสิ้นเชิง ผลการศึกษา TRAVERSE ซึ่งติดตามผู้ชายที่มีภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำจริงกว่า 5,000 คน พบว่า การใช้ testosterone ในระดับที่แพทย์ควบคุม ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดสมองอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยยังต้องได้รับการติดตามความดันโลหิต ค่าเม็ดเลือดแดง ต่อมลูกหมาก ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และผลข้างเคียงอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง

กล้ามโตไม่ได้แปลว่าสุขภาพดี

นพ.อกนิษฐ์ สรุปว่า อันตรายของ Anabolic Steroid ไม่ได้เกิดกับอวัยวะเพียงส่วนเดียว แต่ส่งผลต่อทั้งหัวใจ หลอดเลือด ระบบเผาผลาญ ฮอร์โมน และสุขภาพจิต แม้รูปร่างภายนอกจะดูแข็งแรง มีกล้ามเนื้อมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าหัวใจและหลอดเลือดจะแข็งแรงตามไปด้วย ตรงกันข้าม การใช้ AAS ในขนาดสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจรุนแรงและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ