จากกรณีที่ กรุงเทพมหานครเผยกฎหมายคุมการเลี้ยงฯ มีผล 10 ม.ค. 69 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมจำนวนสัตว์เลี้ยงและลดปัญหาสัตว์จรจัดในพื้นที่กรุงเทพ ทั้งนี้ ประชาชนผู้เลี้ยงสัตว์เกินกว่าจำนวนที่กำหนด ให้แจ้งภายในวันที่ 9 เม.ย. 69 กรณีสัตว์เลี้ยงใหม่ (เลี้ยงหลัง 10 ม.ค. 69) จะจำกัดจำนวนการเลี้ยงตามข้อบัญญัติ โดยเฉพาะผู้เลี้ยงสุนัขและแมวต้องมีการฉีดฝังไมโครชิปและจดทะเบียน
การจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง หมายถึง การจดทะเบียนสัตว์ที่มีเจ้าของ โดยผู้ที่ต้องการจดทะเบียนให้กับสุนัขและแมวจรจัดจำเป็นต้องระบุข้อมูลเจ้าของสัตว์อย่างครบถ้วน
ข้อที่ควรรู้หากต้องการจดทะเบียนให้กับสุนัขและแมวจรจัด
ผู้ที่นำสุนัขและแมวจรจัดไปจดทะเบียน ต้องยอมรับว่าตนเองเป็น “เจ้าของ” ก่อน แม้ไม่ได้พากลับบ้านก็ตาม แต่ต้องยอมรับสถานะว่าเป็นเจ้าของตามกฎหมาย
การจดทะเบียนต้องใช้ข้อมูลเจ้าของ เช่น ชื่อ–สกุล ที่อยู่ เลขบัตรประชาชน ฯลฯ ดังนั้น ผู้ที่จะนำสุนัขและแมวจรจัดไปจดทะเบียน (หรือองค์กร/อาสาสมัคร) ต้องรับสัตว์นั้นเป็นสัตว์ที่ดูแลรับผิดชอบก่อน พาสัตว์ไปฉีดวัคซีนและตรวจสุขภาพ โดยทั่วไปการจดทะเบียนมักต้องมีเอกสารแนบ เช่น ใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ใบรับรองสุขภาพ
การจดทะเบียนสุนัขและแมวจรจัดมี 2 ขั้นตอน ดังนี้
- ขั้นตอนที่ 1 การฉีดฝังไมโครชิป โดยนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดฝังไมโครชิปได้ที่คลินิกสัตวแพทย์กรุงเทพมหานคร หรือหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ของสำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข หรือสถานพยาบาลสัตว์เอกชน โดยสัตวแพทย์ดำเนินการฉีดฝังไมโครชิปต้องออกใบรับรองการฉีดฝังไมโครชิปตามแบบ คลส.1
- ขั้นตอนที่ 2 การจดทะเบียนสัตว์ ให้นำใบรับรองการฉีดฝังไมโครชิปตามแบบ คลส.1 มาจดทะเบียนได้ที่คลินิกสัตวแพทย์กรุงเทพมหานคร หรือหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ของสำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข และสำนักงานเขต หรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะได้รับบัตรประจำตัวสัตว์ตามแบบ คลส.3
สุนัขและแมวจรจัด ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียน หากไม่มีเจ้าของ แต่ถ้าต้องการจดทะเบียนให้ ต้องยอมรับตนเองว่าเป็นผู้รับผิดชอบ “เจ้าของตามกฎหมาย” ก่อน โดยผู้จดทะเบียนต้องยอมรับความรับผิดชอบต่อสัตว์และให้ข้อมูลเจ้าของครบถ้วน เช่น ชื่อ–สกุล ที่อยู่ และเลขบัตรประชาชน
หลังจดทะเบียนเรียบร้อยแล้วสามารถนำมาเลี้ยงไว้ที่บ้านของตนเองได้ หรือถ้าไม่สะดวก สามารถหาบ้าน บ้านพัก มูลนิธิสงเคราะห์สัตว์ เพื่อให้สุนัขหรือแมวจรจัดมีที่อยู่อย่างปลอดภัยแทนการดูแลด้วยตัวเอง
ขอบคุณข้อมูลจาก : กลุ่มควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า สำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข กทม. และ กรุงเทพมหานคร