ไม่ว่าจะเป็นการวางผังเมืองที่มีสถานที่สำคัญรวมอยู่ในจุดเดียว การเติบโตในแถบชานเมืองที่ทำให้ระบบขนส่งสาธารณะไม่สามารถขยายตัวรองรับได้ทัน จนเกิดภาวะรถยนต์ส่วนตัวล้นเมือง
นอกจากปัญหาในเชิงนโยบาย ยังมีปัญหาในเชิงระบบคือ ความชัดเจนของอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการจราจรที่เวลามีข้อเถียงกันอยู่ว่า ตำรวจจราจรควรอยู่ในอำนาจของกรุงเทพฯ หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ก่อนเราจะไปพูดถึงรายละเอียดและชั่งน้ำหนักในเรื่องนี้ จะพาไปชีวิตของตำรวจจราจรว่ามีความเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหารถติดอย่างไร
การแก้ปัญหารถติดในระดับนโยบาย อาจมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องอำนาจของหลายหน่วยงาน เฉพาะลำพังการบริหารจราจรบนถนนเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง ที่มีการถกเถียงกันถึงความคล่องตัวและเอกภาพ ท่ามกลางที่อำนาจของ กทม.ซ้อนทับอยู่กับภารกิจของตำรวจนครบาล
มีแนวทางของสภาปฏิรูปแห่งชาติหรือ สปช. ที่ทำไว้ก่อนสิ้นสภาพ เสนอให้โอนภารกิจการบริหารจัดการจราจร ตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบก ปี 2522 จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาไว้ที่หน่วยงานท้องถิ่นอย่างกรุงเทพฯ เพราะต้องการแก้ปัญหาในส่วนนี้ แต่ก็ยังมีข้อถกเถียงและไม่มีบทสรุปว่าจะมีประสิทธิภาพกว่าเดิมหรือไม่ ถ้างานเหล่านี้ถูกโอนถ่ายมาไว้ที่กรุงเทพฯ
ตอนนี้หน้าที่ของกรุงเทพฯที่ต้องรับผิดชอบการจราจรบนท้องถนน เป็นไปในลักษณะของงานซ่อมบำรุง ไม่ว่าจะเป็นพื้นผิวจราจร สัญญาณไฟ และอุปกรณ์ตรวจจับความเร็ว หรือ พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ การอำนวยความสะดวกสนับสนุนการทำงานของตำรวจ
ตัวอย่างอย่างเช่น 2 โครงการล่าสุด ที่ตำรวจร้องขอให้กรุงเทพฯ เข้ามาช่วยเหลือ คือ การติดตั้งกล้องตรวจจับพฤติกรรมฝ่าไฟแดงกว่า 400 ล้านบาท และเครื่องใบสั่งอิเล็กทรอนิกส์ 190 ล้าน รวม 2 โครงการใช้งบประมาณ 590 ล้านบาท
หากดูในภาพรวม กทม.จัดสรรงบประมาณด้านจราจรให้กับสำนักการจราจรและขนส่งกรุงเทพฯราวปีละกว่า 4,200 ล้านบาท จากงบประมาณกว่า 7 หมื่นล้านบาท ลำพังเพียง 2 โครงการนี้ สำนักการจราจรและขนส่งกรุงเทพฯ ต้องแบ่งเงินไปให้กับตำรวจเกือบ 600 ล้านบาท
เมื่อเปรียบเทียบกับค่าปรับที่กทม.จะได้จากตำรวจ โดยเงื่อนไขแบ่งกันคนละครึ่ง เฉลี่ยปีละ 30 – 50 ล้านบาท ก็ถือว่าไม่เพียงพอ และจะต้องจัดงบหลักไว้ให้โครงการร้องขอตำรวจ โดยที่ไม่สามารถกำหนดยุทธศาสตร์แก้ปัญหาจราจรในภาพใหญ่ให้เหมาะสมกับงบประมาณอย่างมีเอกภาพได้ แต่ในมุมของตำรวจก็ไม่เชื่อว่า หากโอนถ่ายภารกิจนี้ให้กับ กทม. จะช่วยแก้ปัญหารถติดได้มากกว่าที่เป็นอยู่ โดยอ้างอิงประสบการณ์เมื่อครั้งโอนถ่ายภารกิจดับเพลิง
หากจับสัญญาณจากสิ่งที่ตำรวจนครบาลและกรุงเทพฯ พยายามสื่อสารในเรื่องนี้ ก็จะเห็นความคิดที่ต่างอยู่อย่างชัดเจน
ในมุมของกทม. ยกตัวอย่างอำนาจดูแลด้านการจราจรของเมืองใหญ่ในหลายประเทศ เช่น ลอนดอน หรือ ปารีส ที่อำนาจและหน้าที่เป็นของหน่วยงานท้องถิ่นชัดเจน มีข้อดีคือการลดความยุ่งยากในการประสานงานระหว่างหน่วยงาน และสามารถวางแผนระยะยาวเชิงยุทธศาสตร์ได้อย่างชัดเจน
ขณะที่ในส่วนของตำรวจนครบาล พยายามอธิบายถึงหน้าที่ของตำรวจที่มีมากว่าการระบายรถ คือ การตรวจจับอาชญากรรมบนท้องถนน ซึ่ง กทม. ไม่สามารถทำได้แน่นอน รวมถึงไม่เคยเห็นแนวทางที่ชัดเจนว่า หากมีการโอนย้ายภารกิจ กทม.จะทำให้การจัดการรถบนท้องถนนดีกว่าที่ตำรวจทำได้อย่างไร
งานด้านการบริการรถบนท้องถนนเป็นเพียงตัวอย่างของอำนาจที่ซ้อนทับระหว่างท้องถิ่นกับหน่วยงานราชการ ยังไม่นับทิศทางด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ที่กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และเกี่ยวข้องกับหน่วยงานอีกมหาศาล
สิ่งที่ตำรวจนครบาลทวงถามถึงแนวทางที่ชัดเจน หากมีการโอนถ่ายภารกิจอาจไม่เกินจริง แต่สิ่งที่ไม่เกินจริงเช่นเดียวกัน ก็คือ การยกระดับการแก้ปัญหาจราจรกรุงเทพฯให้เป็นภารกิจสำคัญที่ทุกหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องจะเข้ามาร่วมวางยุทธศาสตร์แก้ไขระยาวอย่างเป็นเอกภาพ ก็ยังไม่เกิดขึ้น
----------
ติดตาม "ปัญหาคนกรุง"
รถติด ปัญหาคนกรุง Ep.1 - //www.pptvhd36.com/news/20569
รถเมล์.. ปัญหาคนกรุง EP.2 - //www.pptvhd36.com/news/20623
ตำรวจจราจร ปัญหาคนกรุง Ep.3 - //www.pptvhd36.com/news/20688
คอนโดมิเนียม ปัญหาคนกรุง Final Episode - //www.pptvhd36.com/news/20749