วัยรุ่นปวดหลัง! ไม่ต้องรอให้สูงอายุก็ปวดได้! เช็กสาเหตุและวิธีรักษา
หลายคนไม่ต้องรอให้สูงอายุ ก็ปวดหลังนำอายุไปไกล ไม่ว่าจะเป็นนั่งแป๊บๆ ก็รู้สึกปวดหลัง ยืนนานๆ ก็รู้สึก “ปวดหลัง” ยกของหนักก็รู้สึกปวดหลัง หากคุณมีอาการเหล่านี้บ่อยๆ หรือเป็นประจำ ควรรีบพบแพทย์เพราะหากปล่อยทิ้งไว้อาจกลายโรคปวดหลังเรื้อรังหรือรุนแรงจนรักษาได้ยาก
ปวดหลังเป็นอาการปวดเมื่อย ตึง ร้าวบริเวณหลัง อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ และสามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย แต่จะพบมากในวัยทำงานและผู้สูงอายุ หลายคนอาจมองข้ามและคิดว่าเป็นความเมื่อยล้าธรรมดา แต่หากลองได้เจ็บดูแล้วรับรองเลยว่าคุณจะไม่มองว่าธรรมดาอีกต่อไป เพราะมันทั้งทรมานและใช้ชีวิตลำบากหลายเท่า เพราะปวดหลังอาจจะไม่ใช่แค่อาการเมื่อยล้าเฉยๆ แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนความผิดปกติของร่างกายได้มากมาย
อาการปวดหลังมักมีสาเหตุ
- กล้ามเนื้ออักเสบก็ได้
- หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
- โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ
- กระดูกสันหลังเคลื่อน
- กระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม
- กระดูกสันหลังหักจากภาวะกระดูกบาง
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง
- อายุ แม้อาการปวดหลังจะเกิดขึ้นได้กับทุกวัย แต่มักพบบ่อยในช่วงวัยทำงานและผู้สูงอายุ
- น้ำหนักตัวมาก ในคนที่มีน้ำหนักตัวมาก ส่งผลให้กระดูกสันหลังรับน้ำหนักมากกว่าปกติ จึงเกิดการเสื่อมได้ง่าย
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต สำหรับคนทำงานที่ต้องยกของหนักหรือออกแรงมากๆ เป็นประจำจะทำให้กระดูกสันหลังบิด รวมถึงคนที่ทำงานออฟฟิศ ถ้านั่งอยู่ท่าเดิมเป็นเวลานานๆ และนั่งผิดวิธี ก็อาจทำให้เกิดอาการปวดหลังได้
- ไม่ออกกำลังกาย สำหรับคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายเลย อาจทำให้กล้ามเนื้อรอบกระดูกสันหลังไม่แข็งแรง จึงเกิดการเสื่อมได้เร็วขึ้น
ปวดหลัง มีไข้! สัญญาณ “กระดูกสันหลังติดเชื้อ” รู้ตัวช้ารุนแรงถึงชีวิต
สาเหตุของการปวดหลัง
- การเคลื่อนไหวร่างกายที่ผิดวิธี ไม่ว่าจะเป็นกิริยาท่าทาง อิริยาบถการเคลื่อนไหวต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่นั่งทำงาน ถ้านั่งผิดท่าเป็นเวลานานๆ ก็เป็นสาเหตุหลักๆ ของคนวัยทำงาน
- ภาวะกระดูกสันหลังและกล้ามเนื้อ ภาวะนี้เป็นความผิดปกติของกระดูกสันหลัง เช่น หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ
- ความผิดปกติอื่นๆ ในช่องท้อง เช่น โรคไต โรคเกี่ยวกับรังไข่และมดลูก หลอดเลือดโป่งพอง มะเร็ง เป็นต้น
หากเกิดอาการปวดหลัง ผู้ป่วยควรพบแพทย์เพื่อทำการตรวจหาสาเหตุ โดยแพทย์จะเน้นการรักษาที่ต้นเหตุ ซึ่งการรักษาอาการปวดหลังโดยทั่วไปจะมี 2 วิธีคือ
- การรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด เช่น การปรับพฤติกรรม การให้ทานยา การทำกายภาพบำบัด การนอนพัก การฉีดสเตียรอยด์เข้าโรงกระดูกสันหลัง เป็นต้น
- การรักษาด้วยการผ่าตัด แพทย์จะใช้วิธีนี้ก็ต่อเมื่อวิธีที่หนึ่งไม่สามารถรักษาอาการปวดหลังให้หายขาดได้ หรือคนไข้มีอาการปวดหลังอย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดอาการอื่นๆ ตามมา เช่น ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ขาอ่อนแรง เดินไม่ได้ เป็นต้น ซึ่งวิธีการผ่าตัดก็จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับลักษณะอาการและสาเหตุ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล
อย่ามองข้ามอาการปวดหลัง อาจกระดูกสันหลังคด โรคที่พบบ่อยแต่ไม่ค่อยรู้ตัว
“ผดผื่นคัน” โรคผิวหนังที่มาพร้อมกับหน้าร้อน เช็กอาการ-วิธีรักษา