นางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร ชี้แจงระหว่างการประชุมสภากรุงเทพมหานคร วันที่ 3 สิงหาคม 2569 เกี่ยวกับกรณีที่มี ส.ก.เสียบบัตรและกดบัตรลงคะแนนแทนกันในการประชุมครั้งที่ผ่านมา
นางสาวภัทราภรณ์ ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นร่วมกับสำนักงานเลขาฯ พบว่า ภายในห้องประชุมสภามีกล้องบันทึกภาพ 3 ตัว โดย 1 ตัวจับภาพไปยังบัลลังก์ประธาน และอีก 2 ตัวจับภาพสมาชิก แต่ระบบจะบันทึกภาพเฉพาะเมื่อมีการเปิดไมโครโฟนอภิปรายและซูมผู้พูดอัตโนมัติ ไม่ได้บันทึกภาพมุมกว้างตลอดเวลาเหมือนกล้องวงจรปิด
อีกทั้งภายในห้องประชุมไม่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด ส่วนระบบถ่ายทอดสดมี 4 กล้อง ประกอบด้วย 2 กล้องถ่ายจากด้านหลังสมาชิกไปยังบัลลังก์ประธาน และอีก 2 กล้องถ่ายจากด้านหน้าฝั่งซ้ายและขวาเพื่อเก็บภาพรวม ซึ่งประชาชนสามารถรับชมผ่านการถ่ายทอดสดได้
ประธานสภา กทม. ยังชี้แจงเพิ่มเติมว่าเจ้าหน้าที่จะดึงบัตรสมาชิกออกทุกครั้งเมื่อสมาชิกไม่อยู่ในห้องประชุม แต่ข้อเท็จจริงพบว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ดึงบัตรออกทุกใบ โดยการประชุมครั้งล่าสุด ขณะมีการตรวจสอบองค์ประชุม ว่าที่ร้อยตรีไซราม ประกายกิจ ส.ก. เขตสาทร พรรคประชาชน และนายภัทรศักดิ์ ใหม่พระเนตร ส.ก. เขตยานนาวา พรรคประชาชน ไม่ได้อยู่ในห้องประชุม แต่ชื่อของทั้งสองยังปรากฏเป็นองค์ประชุม เนื่องจากบัตรยังเสียบค้างอยู่ ขณะเดียวกันจะเห็นเจ้าหน้าที่ทยอยดึงบัตรของสมาชิกคนอื่นที่ไม่อยู่ในห้องออก แต่ไม่ได้ดึงบัตรของทั้งสองคน โดยประเด็นนี้สามารถตรวจสอบผ่านวิดีโอย้อนหลังได้
นางสาวภัทราภรณ์ กล่าวว่า ได้รับทราบว่าตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นหนังสือร้องเรียนมายังประธานสภา หากได้รับเรื่องแล้วจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเท่าเทียม
“ในฐานะประธานสภา ไม่มีอำนาจวินิจฉัยหรือชี้ถูกชี้ผิดสมาชิก เพราะมีศักดิ์เท่ากันจากการเลือกตั้ง สิ่งที่ทำได้คือดำเนินการตามกระบวนการเมื่อได้รับหนังสือร้องเรียน”
ด้านนายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ส.ก. เขตคลองสาน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากคำชี้แจงของประธานมีอยู่ 2 ประเด็น คือ การที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ดึงบัตรของสมาชิกที่ไม่อยู่ในห้องประชุมออก และประเด็นที่นายภัทรศักดิ์ไม่ได้อยู่ในห้องช่วงตรวจสอบองค์ประชุม แต่ภายหลังกลับเข้ามา ทั้งนี้เห็นด้วยกับความเห็นของ นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก. เขตบางรัก กลุ่มคนทำงาน ที่ระบุว่า บัตรไม่สามารถกดเองได้ ต้องมีผู้กด จึงเห็นว่าประเด็นสำคัญอยู่ที่ผู้กดบัตร ไม่ใช่เจ้าหน้าที่
ประธานสภา กทม. ชี้แจงเพิ่มเติมว่า จากคลิปถ่ายทอดสดเห็นชัดว่าในช่วงตรวจองค์ประชุม ว่าที่ร้อยตรีไซรามและนายภัทรศักดิ์ไม่ได้อยู่ในห้อง ก่อนที่นายภัทรศักดิ์จะเดินกลับเข้ามาและลงคะแนนตามที่ได้ชี้แจงไว้ ซึ่งต้องแยกเป็นคนละประเด็นกับการตรวจองค์ประชุม
ขณะที่ นายนภาพล จีระกุล ส.ก. เขตบางกอกน้อย พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ระบบลงคะแนนครั้งนี้ไม่ต่างจากการเลือกประธานสภา โดยเมื่อประธานเปิดระบบ สมาชิกทั้ง 41 คน รวมถึง นายภัทรศักดิ์ และ ว่าที่ร้อยตรี ไซราม มีสถานะพร้อมลงคะแนน ซึ่งสะท้อนว่าบัตรทั้งสองใบถูกยืนยันตัวตนไว้แล้ว แม้เจ้าของบัตรจะไม่อยู่ในห้อง พร้อมระบุว่า มีสมาชิกหลายคนเห็นนายภัทรศักดิ์เดินเข้ามากดปุ่มของตนเองก่อน แล้วเอื้อมมือไปกดของว่าที่ร้อยตรีไซราม อีกทั้งนายภัทรศักดิ์ก็ยอมรับเองว่าได้กดปุ่มของว่าที่ร้อยตรีไซราม จึงเห็นว่าควรตั้งคณะกรรมการสอบจริยธรรมทันที และหากละเลยอาจมีประเด็นความรับผิดตามกฎหมาย
ต่อมา นายนภาพล ย้ำอีกครั้งว่า แม้ไม่มีผู้ร้องเรียน ประธานสภาก็ควรสั่งให้สำนักงานเลขานุการฯ รวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมด เพราะเป็นหน้าที่ของหัวหน้าฝ่ายนิติบัญญัติ พร้อมระบุว่า หากไม่มีการดำเนินการ ก็อาจมีผู้ไปร้องต่อ ป.ป.ช. และดำเนินคดีตามมาตรา 157 รวมทั้งอาจมีหนังสือจากกระทรวงมหาดไทยเข้ามาในอนาคต
ประธานสภาฯ ยืนยันอีกครั้งว่า กล้องภายในห้องประชุมจะบันทึกเฉพาะช่วงมีการเปิดไมโครโฟน ไม่ได้บันทึกภาพมุมกว้างตลอดเวลา
นางสาวนิภาพรรณ จึงเลิศศิริ ส.ก. เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนและสมาชิกอีกหลายคนเห็นกับตาว่านายภัทรศักดิ์กดปุ่มของตนเองก่อน แล้วจึงเอื้อมมือไปกดปุ่มของว่าที่ร้อยตรีไซราม พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากเป็นการกดผิดจริง เหตุใดจึงไม่รีบแจ้งต่อที่ประชุมทันที แต่ปล่อยให้มีการอภิปรายและตรวจสอบอยู่นานก่อนออกมาชี้แจง
ดร.สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก. เขตลาดกระบัง เห็นว่า ประเด็นดังกล่าวควรเป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบตามข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของสภากรุงเทพมหานคร
นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก. เขตมีนบุรี พรรคเพื่อไทย เห็นว่า หากประธานสภา กทม. จะรายงานผลการตรวจสอบเบื้องต้นก็ควรมีเอกสารประกอบและเปิดเผยรายละเอียดการตรวจสอบ
นายฉัตรชัย หมอดี ส.ก. เขตบางนา พรรคประชาชน เห็นว่าประเด็นความผิดนี้ควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบ
ช่วงท้าย นางสาวภัทราภรณ์ ชี้แจงว่า สิ่งที่ตรวจสอบเบื้องต้นมีเพียงข้อมูลเรื่องระบบกล้อง การถ่ายทอดสด และคลิปที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ ซึ่งจะจัดทำเอกสารและให้สำนักงานเลขานุการสภากทม. ส่งรายละเอียดให้สมาชิกตามที่ร้องขอ พร้อมยืนยันอีกครั้งว่า เมื่อได้รับหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการ จะเร่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและจริยธรรมโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก