นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน จัดกิจกรรม "ครบรอบ 2 ปีเลือก สว. : เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. (ภาคพิเศษ) เราไว้ใจ กกต. ได้แค่ไหน" ที่อาคารรัฐสภา โดยมีนักวิชาการร่วมแสดงความคิดเห็นต่อกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
นายนันทวัฒน์ ศักดิ์สกุลคุณากร เครือข่ายประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ (CONFORALL) กล่าวว่า การจัดการเลือก สว. ของ กกต. สร้างความไม่ไว้วางใจ
เนื่องจากมีลักษณะ "ปล่อย-เข้ม-เร่ง-เบลอ" โดยยกตัวอย่างว่า "กกต.ปล่อย" ให้ผู้สมัครบางรายสมัครในกลุ่มอาชีพที่ไม่ตรงตามกฎหมาย "กกต.เข้ม" ด้วยการออกระเบียบเกี่ยวกับการแนะนำตัวผู้สมัครที่ขัดต่อกฎหมาย จนศาลปกครองมีคำสั่งเพิกถอน "กกต.เร่ง" ด้วยการเปลี่ยนบัตรเลือกตั้งระดับอำเภอ รวมถึงกรณีบางจังหวัดมีผู้สมัครเพียงคนเดียวในบางอำเภอ แต่ไม่มีการเตรียมการรองรับ และ "กกต.เบลอ" ในการสังเกตการณ์การเลือกตั้ง
นายนันทวัฒน์กล่าวว่า ความไม่แน่นอนดังกล่าวทำให้ผู้สมัครตั้งคำถามว่า กกต. ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต โปร่งใส และเที่ยงธรรมหรือไม่ พร้อมระบุว่า หาก กกต. ต้องการพิสูจน์ความโปร่งใสของตนเอง วิธีที่ดีที่สุดคือการส่งคดีที่เกี่ยวข้องให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัย
ด้าน รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และทีมบริหารด้านปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม พรรคประชาชน กล่าวว่า การที่ กกต. ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบหลายชุดเพื่อพิจารณาคดีฮั้ว สว. ถือเป็นพฤติการณ์ที่ไม่ปกติ แม้คณะกรรมการชุดแรกจะมีพยานหลักฐานเพียงพอ แต่กลับมีการตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาดำเนินการซ้ำ ทำให้เกิดความล่าช้าโดยไม่จำเป็น
รศ.ดร.มุนินทร์ กล่าวว่า การส่งเรื่องให้ศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัยถือเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หาก กกต. ไม่ส่งเรื่องเข้าสู่ศาล ทั้งที่มีพยานหลักฐานเพียงพอ อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และอาจมีความรับผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ นักวิชาการประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า ต้นตอของปัญหาฮั้ว สว. มาจากระบบการได้มาซึ่ง สว. ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 พร้อมเห็นว่ารูปแบบดังกล่าวเปิดช่องให้เกิดการจัดตั้งเครือข่ายและการแลกเปลี่ยนคะแนนเสียงได้
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธีรภัทร์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า กกต. มากกว่าครึ่งได้รับการเห็นชอบจากวุฒิสภาชุดที่กำลังถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. ดังนั้น หาก กกต. ต้องการยืนยันความเป็นอิสระและความโปร่งใส ควรส่งคดีให้ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณา
นอกจากนี้ ยังเสนอให้พรรคฝ่ายค้านผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับที่มาของ สว. ควบคู่กับการดำเนินคดี โดยเสนอให้ สว. มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน เพิ่มคุณสมบัติของผู้สมัคร และกำหนดให้ประชาชนมีสิทธิเลือกผู้สมัครได้เพียงหนึ่งคน
ทั้งนี้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธีรภัทร์ ระบุด้วยว่า หาก กกต. ไม่ส่งคดีฮั้ว สว. ให้ศาลฎีกาพิจารณา ก็ต้องมีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ตามกระบวนการกฎหมาย พร้อมเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบที่มาของ สว. และการเมืองไทยโดยรวม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบประชาธิปไตยและกระบวนการยุติธรรม