นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ เปิดเผยผลการประชุมติดตามกรณีทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยมีผู้แทน ป.ป.ช. ป.ป.ท. และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เข้าชี้แจงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริง
นายอาสพลธ์ ระบุว่า คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายได้ตรวจสอบกระบวนการจัดสอบใน 3 ช่วง
ได้แก่ ก่อนการสอบ ระหว่างการสอบ และหลังการสอบ รวมทั้งหมด 32 ขั้นตอน ก่อนจัดทำข้อเสนอ 6 ข้อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาและป้องกันการทุจริตในอนาคต
ข้อเสนอแรก ให้กระทรวงมหาดไทยและ สถ. ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตอย่างเด็ดขาด ทั้งทางอาญา แพ่ง และปกครอง พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เนื่องจากการตรวจสอบที่ผ่านมาอาจยังไม่ครอบคลุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงให้ สถ. ในฐานะคู่สัญญาดำเนินการตามกฎหมายเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ สถ. จัดประชุม ก.สถ. ใหม่ โดยนำข้อมูลที่ถูกต้องเข้าสู่การพิจารณา เพื่อแก้ไขบัญชีรายชื่อผู้สอบผ่านให้ถูกต้อง
ข้อเสนอที่ 2 ให้ทบทวนบทบาทของ ก.สถ. ในการเป็นผู้จัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น รวมถึงพิจารณาว่าสมควรยุบหน่วยงานดังกล่าวหรือไม่ หลังคณะทำงานเห็นว่าการจัดสอบปี 2568 มีข้อผิดพลาดร้ายแรงและพบปัญหาการทุจริตในกระบวนการจัดสอบ
“เสียความน่าเชื่อถือโดยสิ้นเชิง จึงเป็นที่มาของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเสนอว่า หากยังทำหน้าที่อย่างนี้ต่อไป ควรสมควรยุบหน่วยงานนี้ทิ้งเสีย” นายอาสพลธ์กล่าว
ข้อเสนอที่ 3 ให้สำนักงาน ก.พ. เป็นหน่วยงานหลักจัดทำฐานข้อมูลกลางของผู้กระทำการทุจริตสอบ เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจสามารถตรวจสอบประวัติ และใช้ประกอบการพิจารณาตัดสิทธิ์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตไม่ให้เข้ารับราชการในอนาคต
ข้อเสนอที่ 4 ให้ ป.ป.ท. สตง. และ ป.ป.ง. บูรณาการขยายผลการสืบสวน หลังพบข้อมูลเครือข่ายที่อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตหลายกลุ่ม โดยเฉพาะพฤติการณ์รวบรวมผู้สมัครสอบเป็นกลุ่ม หรือที่เรียกว่า “เป็นพวง” ซึ่งบางกลุ่มมีผู้สมัครตั้งแต่ 100-200 คน
นายอาสพลธ์ กล่าวว่า จากข้อมูลการตรวจสอบพบการรวบรวมผู้สมัครประมาณ 100 พวง และพบลักษณะการจ่ายเงินค่าสมัครแทนกันเป็นกลุ่ม ขณะที่การตรวจสอบเส้นทางการเงินของ ป.ป.ง. พบธุรกรรมตั้งแต่หลักแสนถึงหลักล้านบาทที่อาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการสมัครสอบและการจ่ายเงิน จึงเชื่อว่าเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ที่ต้องขยายผลต่อไป
ข้อเสนอที่ 5 ให้กรมบัญชีกลางจัดทำขอบเขตงาน หรือ TOR มาตรฐานกลาง สำหรับการจัดสอบแข่งขันของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้ทุกหน่วยงานใช้แนวทางเดียวกัน และปิดช่องโหว่ที่อาจนำไปสู่การทุจริต
ส่วนข้อเสนอที่ 6 ให้สำนักงาน ก.พ. ป.ป.ท. สตง. กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่วมกันศึกษาการจัดทำหรือแก้ไขกฎหมาย เพื่อกำหนดคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม ฐานความผิด และบทลงโทษสำหรับผู้ทุจริตการสอบเข้ารับราชการให้ชัดเจนมากขึ้น
นายอาสพลธ์ ยังเปิดเผยว่า การตรวจสอบพบข้อมูลเชื่อมโยงย้อนกลับไปถึงการสอบท้องถิ่นปี 2564 ซึ่งมหาวิทยาลัยบูรพาเป็นผู้จัดสอบ โดยมีข้อมูลว่าผู้ที่ผ่านการสอบในครั้งนั้นบางส่วนอาจมีส่วนชักชวนบุคคลเข้าสู่กระบวนการทุจริตในการสอบปี 2568
ขณะเดียวกัน ยังพบกรณีอดีตนายกเทศมนตรีตำบลควนกาหลง จ.สตูล ซึ่งเป็น ก.สถ. และถูกจับในคดีเรียกรับผลประโยชน์ โดยมีข้อมูลที่อยู่ระหว่างตรวจสอบถึงความเชื่อมโยงกับกรณีในพื้นที่ จ.นครราชสีมา
สำหรับการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ป.ป.ท. อยู่ระหว่างขยายผลร่วมกับ ป.ป.ง. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยจากการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องกว่า 500 คน พบเส้นทางการเงินรวมกว่า 9,000 ล้านบาท
นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ข้อมูลจากการตรวจสอบยังพบพฤติการณ์เรียกเก็บเงินจากผู้สมัครล่วงหน้า และเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมภายหลังได้รับการประกาศบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น โดย ป.ป.ช. คาดว่าจะตรวจสอบในส่วนของ ก.สถ. แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้ พร้อมขยายผลย้อนหลังไปถึงการสอบเลื่อนระดับผู้บริหารท้องถิ่นเมื่อปี 2564
ส่วนข้อสงสัยว่าเครือข่ายดังกล่าวมีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ นายอาสพลธ์ ระบุว่า จากการสอบถามผู้เข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการ ได้รับคำตอบว่ามีนักการเมืองเกี่ยวข้อง แต่ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดว่าเป็นบุคคลใด
เมื่อถามถึงรายชื่อบุคคลที่ปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้านี้ อาทิ นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ นายทรงศักดิ์ ทองศรี และนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่า ป.ป.ช. ได้เชิญมาให้ข้อมูลหรือไม่ นายอาสพลธ์ กล่าวว่า กรรมาธิการไม่ได้สอบถามในประเด็นดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม นายอาสพลธ์ ระบุเพิ่มเติมว่า คณะทำงานได้เชิญมหาวิทยาลัยบูรพาเข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดสอบปี 2564 แต่มหาวิทยาลัยไม่ได้เข้าชี้แจง จึงถูกบันทึกเป็นข้อสังเกต ขณะที่กรรมาธิการเห็นว่า หากพบความบกพร่องหรือการกระทำผิดของกรรมการ ก.สถ. สถ. หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำ TOR ในขณะนั้น ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายเช่นเดียวกัน