นายซาดิค ข่าน นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอนของอังกฤษ ประกาศภาวะสาธารณภัยครั้งสำคัญในเมืองหลวงของประเทศ เมื่อวานนี้ เพื่อให้การช่วยเหลือโรงพยาบาลในพื้นที่รับมือกับจำนวนผู้ป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน
โดยการประกาศภาวะสาธารณภัยดังกล่าวจะเปิดทางให้หน่วยงานทางการแพทย์และหน่วยงานสาธารณะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำงานร่วมกันและมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด
ลดปัญหาการหยุดชะงักในการให้บริการ ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่มีขึ้นหลังนายข่านเป็นกังวลเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้น
“ผมได้ประชุมกับหลายฝ่ายในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา กับเพื่อนร่วมงานทั่วลอนดอน ตั้งแต่ NHS สภา หน่วยดับเพลิงและตำรวจ เรากังวลอย่างมากต่อการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นจากโอมิครอน ในช่วง 24 ช.ม.ที่ผ่านมา เรามีผู้ป่วยรายใหม่มากที่สุด นับตั้งแต่เริ่มการระบาด กว่า 26,000 คน การเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มสูงขึ้น แต่การขาดแคลนเจ้าหน้าที่ก็เพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน ดังนั้นจึงได้ตัดสินใจหารือกับพันธมิตร เพื่อประกาศภาวะสาธารณภัยในวันนี้” นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอนของอังกฤษ กล่าว
ปัจจุบัน ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในกรุงลอนดอน กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นสายพันธุ์โอมิครอน ด้านสำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพของอังกฤษ เปิดเผยว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน เพิ่มขึ้น 10,059 คน ส่งผลทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ดังกล่าวในประเทศ อยู่ที่ 24,968 คนแล้ว ส่วนยอดผู้เสียชีวิตจากสายพันธุ์โอมิครอน เพิ่มเป็น 7 คน จากตัวเลขก่อนหน้านี้ซึ่งอยู่ที่ 1 คน
ขณะที่นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน เตรียมเป็นประธานจัดการประชุมฉุกเฉินกับรัฐบาลสก็อตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ ในสุช่วงสุดสัปดาห์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน
ส่วนสื่ออังกฤษรายงานว่า เจ้าหน้าที่กำลังเตรียมร่างมาตรการควบคุมโรคชุดใหม่ ซึ่งคาดว่าจะสั่งห้ามการรวมตัวกันเป็นหมู่มากในที่ร่ม ยกเว้นสำหรับการทำงาน และมีความเป็นไปได้ที่จะบังคับใช้เป็นเวลา 2 สัปดาห์ หลังช่วงเทศกาลคริสต์มาส ส่วนผับและร้านอาหารจะสามารถให้บริการได้เฉพาะกลางแจ้ง
เนเธอร์แลนด์หวนล็อกดาวน์เข้มสกัดโอมิครอน
ด้านทางการเนเธอร์แลนด์ประกาศบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์เข้มงวดในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันอาทิตย์ ตามเวลาท้องถิ่น จนถึงวันที่ 14 มกราคม ปีหน้า เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์รอบใหม่ บรรดาร้านค้าที่ไม่จำเป็น บาร์ ยิม ร้านเสริมสวยและสถานที่สาธารณะอื่น ๆ จะต้องปิดให้บริการ
รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนอยู่แต่กับบ้านให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ พร้อมจำกัดจำนวนผู้มาเยือน โดยจะอนุญาตให้แต่ละครัวเรือนต้อนรับแขกที่มีอายุมากกว่า 13 ปี ได้ครั้งละ 2 คน และอนุโลมให้เพิ่มเป็น 4 คน ในระหว่างวันที่ 24 – 26 ธันวาคม และวันส่งท้ายปีเก่า ส่วนโรงเรียนและสถานศึกษา ต้องปิดทำการ จนถึงวันที่ 9 มกราคม เป็นอย่างน้อย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของมีขึ้นหลังสถาบันสาธารณสุขแห่งชาติ (RIVM) รายงานว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้น 14,616 คน ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 2 ล้าน 9 แสนคนแล้วตั้งแต่เผชิญการแพร่ระบาด และมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 20,420 คน
ผู้เชื้อโอมิครอนเพิ่มสองเท่าใน 1.5-3 วัน
องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า พบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนแล้วใน 89 ประเทศทั่วโลก และจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า ภายในระยะเวลา 1.5 – 3 วัน ในพื้นที่ที่พบการแพร่ระบาดในชุมชน
นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า เชื้อโอมิครอน แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในหลายประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนในระดับสูง แต่ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า เป็นเพราะไวรัสสามารถหลบหลีกภูมิคุ้มกันได้ หรือไวรัสสามารถแพร่เชื้อได้มากขึ้น หรือทั้งสองปัจจ้ยร่วมกัน
ก่อนหน้านี้องค์การอนามัยโลก กำหนดให้เชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน เป็นสายพันธุ์ที่น่าเป็นกังวล เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เพียงไม่นานหลังพบผู้ติดเชื้อรายแรก อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับสายพันธุ์ดังกล่าวยังค่อนข้างจำกัด รวมถึง ความรุนแรงของอาการเมื่อติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ดังกล่าว