ร่องรอยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนแห่งหนึ่งในแคว้นลูฮันสค์ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของยูเครนเมื่อวานนี้ ทั้งกระจกเป็นรูกระสุนและแตกร่วงลงมา บริเวณรอบๆโรงเรียนเป็นหลุมได้รับความเสียหายด้วยแรงจากปืนใหญ่ ในขณะที่เด็กนักเรียนและคุณครูต้องหนีตายกันจ้าละหวั่น โดยรัฐบาลยูเครนกล่าวหากลุ่มกบฏที่สนับสนุนรัสเซียว่า เปิดฉากยิงปืนและปืนใหญ่เข้าใส่หลายเป้าหมาย และกระสุนปืนใหญ่บางลูกก็ลอยมาตกที่โรงเรียนแห่งดังกล่าวด้วย
ส่วนทางกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนที่สนับสนุนรัสเซียก็กล่าวหาว่า เป็นฝีมือของกองกำลังรัฐบาลยูเครนต่างหาก
ด้านประชาชนในท้องที่ ซึ่งมีบุตรหลานเรียนอยู่ที่โรงเรียนแห่งดังกล่าวเล่าว่า เหตุการณ์ในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้น แต่ครั้งนี้กระสุนลอยใกล้เข้ามาถึงในโรงเรียนยังมีภาพวิดีโอที่บันทึกเหตุการณ์ภายในห้องเรียนของโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งในแคว้นลูฮันสค์ หลังกองทัพยูเครนกล่าวหาว่า กลุ่มกบฏได้ยิงปืนใหญ่เข้าใส่หมู่บ้านจนไปโดนโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง โดยภาพเหล่านี้เผยให้เห็นนาทีที่ครู เด็กนักเรียน และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนต้องวิ่งหนีออกจากอาคาร
ชาวรัสเซียในยูเครนบางส่วนเผย พร้อมจับอาวุธต่อสู้กับกองทัพรัสเซีย
ตำรวจเปิดเผยว่า ไม่มีเด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บ แต่ว่ามีครูสองคนที่ศีรษะได้รับการกระทบกระเทือน
นอกจากนี้ เมื่อวานี้ยังมีคลิปวิดีโอที่ได้รับการถ่ายเอาไว้ในเมืองมารินกา แคว้นโดเนสค์ ทางตะวันออกของยูเครนเช่นกัน บันทึกภาพขณะที่ประชาชนกำลังเดินอยู่ท้องถนน และได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น แต่ทางรอยเตอร์ไม่ยืนยันว่าวิดีโอดังกล่าวได้รับการถ่ายไว้วันไหนเวลาไหนกันแน่
รายงานระบุว่า ประชาชนได้ยินเสียงระเบิดดังใกล้กับสนามบินโดเนสค์ และหมู่บ้านอีเลนอฟก้า ทางตะวันออกของยูเครน และเป็นพื้นที่ที่ทางกลุ่มกบฏที่สนับสนุนรัสเซียครอบครองพื้นที่อยู่ ด้านผู้เห็นเหตุการณ์เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า กลุ่มกบฏและกองกำลังยูเครนกล่าวหากันไปมาเมื่อวานนี้ว่าอีกฝ่ายเปิดฉากยิงข้ามเส้นสงบศึกหยุดยิงทางตะวันออกของยูเครน
ขณะที่ก่อนหน้านั้น กลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนในยูเครนตะวันออก กล่าวหากองกำลังรัฐบาลว่าเปิดฉากยิงใส่พวกเขาก่อนถึงสี่ครั้งในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบรายละเอียดของเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างแน่ชัด แต่รายงานในเบื้องต้นบ่งชี้ว่า มีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงเกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลา 8 ปีของความขัดแย้งที่ผ่านมา
หลังเกิดเหตุ ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกีของยูเครน ลงพื้นที่แนวหน้าในแคว้นโดเนสค์ เพื่อไปตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ทันที เพราะการยิงปะทะกันที่เกิดขึ้นในช่วงเช้า ทำให้หลายชาติตะวันตกออกมาเตือนว่า รัฐบาลมอสโกกำลังสร้างข้ออ้างเพื่อจะบุกรุก โดยประธานาธิบดียูเครนกล่าวว่า การที่กลุ่มกบฏยิงปืนใหญ่เข้าใส่โรงเรียนอนุบาลนั้น เป็นการยั่วยุครั้งใหญ่เลยทีเดียว
ด้านนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันของอังกฤษ ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ชี้ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการสร้างข้ออ้างจะเข้าโจมตียูเครนของรัสเซีย โดยจอห์นสันเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า การเปิดฉากโจมตีโรงเรียนอนุบาลในยูเครนนั้น เป็นปฏิบัติการธงเท็จ คือการกระทำที่กระทำโดยมีเจตนาอำพรางแหล่งที่มาของความรับผิดชอบที่แท้จริง และถูกออกแบบมาเพื่อดิสเครดิตยูเครน หรือทำให้ยูเครนเสียความน่าเชื่อถือ และถูกสร้างขึ้นเพื่อหวังจะใช้เป็นข้ออ้าง ในการบุกรุกของรัสเซีย
เช่นเดียวกันนายแอนโทนี บลิงเค่น รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งเข้าร่วมประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อวานนี้ โดยเขาชี้ว่า รัฐบาลสหรัฐเชื่อว่า รัสเซียจะหาทางบุกรุกยูเครน และเตือนว่า รัฐบาลมอสโกกำลังเตรียมการเคลื่อนไหวทางทหารในอีกไม่กี่วันนี้
นาโต-พันธมิตร ไม่เชื่อรัสเซียถอนทหาร เร่งเพิ่มกำลังจุดสำคัญ
โดยบลิงเค่นกล่าวหารัสเซียว่า วางแผนที่จะสร้างข้ออ้างเพื่อโจมตียูเครน ซึ่งอาจจะรวมถึงการโจมตีแบบปลอมๆ หรืออาจจะจริง ด้วยการใช้อาวุธเคมี โดยรัสเซียอาจจะบอกว่าเหตุการณ์นั้นเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์หรือกวาดล้างเผ่าพันธุ์
อย่างที่สอง เพื่อตอบโต้กับยั่วยุที่สร้างขึ้น เจ้าหน้ที่ระดับสูงของรัฐบาลรัสเซียอาจจะเรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อแก้ปัญหาสิ่งที่เรียกว่า “วิกฤต”
ถัดไป การโจมตีที่วางแผนไว้จะเริ่มขึ้น ขีปนาวุธและระเบิดรัสเซียจะทิ้งลงทั่วยูเครน การสื่อสารถูกตัดขาด การโจมตีทางไซเบอร์จะปิดหน่วยงานที่สำคัญของยูเครน "
เช่นเดียวกันประธานาธิบดี โจ ไบเดน ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในยุโรป โดยยืนยันว่าจากข้อมูลที่มีอยู่ในตอนนี้ล้วนบ่งชี้ว่ารัสเซียได้เตรียมส่งกำลังทหารเข้าไปในยูเครน ซึ่งตนเองเชื่อว่ากำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดย ไบเดน ระบุว่า รัสเซียยังไม่ได้ถอนกำลังออกจากพื้นที่ชายแดนด้านที่ติดกับยูเครน แต่กลับส่งกำลังทหารเพิ่มเติมเข้าสู่พื้นที่อีก พร้อมทั้งวางแผนสร้างสถานการณ์เพื่อสร้างความชอบธรรมในการบุกโจมตียูเครน
นอกจากนี้ ไบเดน กล่าวว่ายังไม่มีแผนต่อสายโทรศัพท์พูดคุยกับ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน หลังจากการหารือเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว ผู้นำทั้งสองประเทศไม่สามารถหาข้อสรุปเกี่ยวกับความขัดแย้งกรณียูเครนได้
“ไบเดน”ยังเชื่อรัสเซียบุกยูเครนในเร็ววัน
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯยังอ้างว่ารัสเซียได้สั่งเสริมกำลังตามแนวชายแดนที่ติดกับยูเครน อีก 7,000 นาย ซึ่งบางส่วนเดินทางถึงตั้งแต่เมื่อวานนี้ (วันพฤหัสบดี) ทำให้จำนวนทหารรัสเซียที่ประจำการในพื้นที่เพิ่มขึ้นเกิน 150,000 นาย แล้ว