ความพยายามของสวีเดนในการเข้าเป็นสมาชิกใหม่ขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโตขณะนี้ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จตามที่คาดหวังแล้ว หลังจากผู้นำตุรกี ซึ่งแสดงจุดยืนคัดค้านมาโดยตลอด ยอมที่จะยื่นเรื่องต่อรัฐสภาของประเทศตัวเองเพื่อรับรองการเข้าเป็นสมาชิกนาโตของสวีเดน
เยน สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การนาโต ได้เปิดเผยเรื่องนี้เมื่อช่วงเย็นวันจันทร์ (10 ก.ค.) ที่ผ่านมา ที่กรุงวิลนิอุส เมืองหลวงของประเทศลิทัวเนีย ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำชาติสมาชิกนาโตในวันนี้และวันพรุ่งนี้
สโตลเทนเบิร์ก ระบุว่าทั้งตุรกีและสวีเดนได้ทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขประเด็นด้านความมั่นคงที่สร้างความวิตกให้ตุรกี โดยสวีเดนได้ปรับแก้รัฐธรรมนูญ รวมถึงกฎหมายต่างๆ เพื่อขยายขอบเขตปฏิบัติต่อต้านการก่อการร้ายกับพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน หรือ PKK ซึ่งเป็นองค์กรต้องห้ามในตุรกีที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มติดอาวุธแบ่งแยกดินแดน
“ไบเดน” ยืนยัน พิจารณายูเครนเข้านาโต หลังสงครามสิ้นสุดแล้วเท่านั้น
นอกจากนี้ สวีเดนจะอนุญาตให้ผู้ผลิตอาวุธในประเทศสามารถส่งออกสินค้าไปยังตุรกีได้อีกครั้ง
สาเหตุที่ตุรกีคัดค้านการรับสวีเดนเข้าเป็นสมาชิกนาโตมาโดยตลอดก่อนหน้านี้เพราะมองว่าสวีเดนเป็นแหล่งพักพิงของแนวร่วม PKK และปล่อยให้เผยแพร่แนวคิดของกลุ่มได้อย่างเสรี
อย่างไรก็ตาม ตุรกีไม่ใช่พียงประเทศเดียวที่คัดค้านการรับสวีเดนเป็นสมาชิกนาโต เพราะยังมีฮังการีเหลืออีก 1 ประเทศที่ไม่เห็นด้วย แต่รัฐบาลฮังการีเคยยืนยันว่าฮังการีพร้อมจะสนับสนุนสวีเดนหากทุกประเทศเห็นด้วย
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดี เรย์ซิป เทย์ยิป เออร์อาน ผู้นำตุรกี ได้เรียกร้องสหภาพยุโรป หรือ อียู เปิดทางให้ตุรกีเข้าเป็นสมาชิกใหม่ขององค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจดังกล่าว ก่อนที่รัฐสภาตุรกีจะลงมติรับรองสวีเดนในฐานะประเทศสมาชิกลำดับที่ 32 ของนาโต
โดยตุรกีได้ยื่นเรื่องของเป็นสมาชิกอียูมาตั้งแต่ปี 1987 แต่ขั้นตอนต่างๆหยุดชะงักไป เนื่องจากรัฐบาลของประธานาธิบดี เออร์โดอาน ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมไม่เป็นประชาธิปไตย
อีกประเด็นสำคัญสำหรับการประชุมผู้นำชาติสมาชิกนาโตที่ประเทศลิทัวเนียคือการรับยูเครนเป็นสมาชิกใหม่โดยล่าสุด ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี เรียกร้องชาติการประชุมนาโตที่วิลนิอุสให้การยืนยันว่าขณะนี้ยูเครนมีสถานะเป็นสมาชิกโดยพฤตินัยแล้ว
ขณะที่ นาย ดมิทรี เพสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียย้ำว่าการรับยูเครนเป็นสมาชิกนาโตจะก่อให้เกิดผลกระทบในเชิงลบอย่างร้ายแรงต่อโครงสร้างด้านความมั่นคงของยุโรปที่ขณะนี้ถูกทำลายไปแล้วครึ่งหนึ่ง
โดยเพสคอฟ ระบุว่าหากยูเครนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของนาโตจะเป็นการสร้างภัยคุกคามต่อรัสเซีย ซึ่งจำเป็นต้องใช้มาตรการตอบตี่ชัดเจนและจริงจัง
นอกจากนี้ เพสคอฟ ยังเปิดเผยว่า นาย เยฟเกนี พริโกชิน หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างแวกเนอร์กรุ๊ปที่ก่อกบฏสายฟ้าแลบในวันที่ 24 มิ.ย พร้อมกับนักรบกลุ่มหนึ่ง ได้เข้าพบประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แล้ว
การพบกันดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. หรือเพียง 5 วัน วันหลังการก่อกบฏของแวกเนอร์กรุ๊ป โดยการพูดคุยกินเวลาราว 3 ชั่วโมง เพื่อให้ประธานาธิบดี ปูติน ทำการประเมิน “เหตุการณ์ของวันที่ 24 มิถุนายน” ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุดังกล่าว และรับฟังเรื่องราวจากบรรดาผู้บัญชากองทัพเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ส่วนที่ประเทศจีนมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเช่นกัน โดยเมื่อวานนี้ นาง วาเลนตินา มัตวิเยนโก (Valentina Matviyenko) ประธานวุฒิสภารัสเซียได้เดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง และ เข้าพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง โดยผู้นำจีนระบุว่าทั้งจีนและรัสเซียจำเป็นต้องร่วมกันสร้างแนวทางที่ถูกต้องในการปฏิรูประบบธรรมาภิบาลของโลก