หลังเกิดแผ่นดินไหวเมียนมาที่สะเทือนถึงไทยเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2568 เพจ JapanSalaryman ได้แชร์บทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง
โดยผู้เชี่ยวชาญจาก Weathernews บริษัทที่มีบทบาทสำคัญในเรื่องของการพยากรณ์อากาศและเตือนภัยในระดับโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น ระบุว่า แผ่นดินไหวที่เมียนมาอาจเป็น “แผ่นดินไหวคลื่นยาว” (Long-period Ground Motion) จึงทำให้เกิดความเสียหายวงกว้าง และส่งผลกระทบไปยังอาคารสูงในพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล
โดยหากเป็นแผ่นดินไหวระยะสั้น จะเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ถี่และรวดเร็ว อาคารเตี้ยจะสั่นสะเทือนแรงและได้รับผลกระทบมากกว่า เนื่องจากโครงสร้างแข็งแรงแต่ไม่สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนถี่ได้ดี ส่วนอาคารสูง ซึ่งมีโครงสร้างยืดหยุ่นมากกว่า จะดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดีและมีแรงสั่นสะเทือนน้อย
แต่หากเป็นแผ่นดินไหวคลื่นยาว จะสั่นสะเทือนแบบความถี่ต่ำกินระยะเวลานาน มีความกว้างของการสั่นสะเทือน ทำให้อาคารเตี้ยไม่ค่อยได้รับผลกระทบ เนื่องจากแรงสั่นสะเทือนช่วงคลื่นที่ยาว ความถี่ต่ำ แต่อาคารสูงจะผลกระทบมาก เกิดการสั่นพ้อง การสั่นสะเทือนขยายตัวขึ้น และโครงสร้างเสี่ยงต่อการเสียหายหรือถล่มได้
Weathernews บอกว่า ผลของแผ่นดินไหวคลื่นยาว ซึ่งมีความถี่ต่ำและสามารถเดินทางได้ไกล ทำให้อาคารสูงที่มีความยืดหยุ่นมักจะเกิด “การสั่นพ้อง” (Resonance) กับคลื่นแผ่นดินไหวระยะยาว ส่งผลให้เกิดการสั่นสะเทือนที่รุนแรงและยาวนาน
แผ่นดินไหวคลื่นยาวสามารถเดินทางได้ไกลกว่าคลื่นแผ่นดินไหวทั่วไปและทำให้เกิดความเสียหายในพื้นที่ที่อยู่ไกลจากศูนย์กลางแผ่นดินไหว เช่น ในกรณีของกรุงเทพฯ
Weathernews ยังระบุอีกว่า ที่สถานีวัดแผ่นดินไหวที่คาโกชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ก็ตรวจพบคลื่นแผ่นดินไหวระยะยาวจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเมียนมาเช่นกัน แต่แรงสั่นสะเทือนลดลงจนไม่ได้รับการบันทึกเป็นแผ่นดินไหวรุนแรงในญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้ยืนยันว่า แผ่นดินไหวคลื่นยาวจากเมียนมาเดินทางไกลและส่งผลกระทบในระยะไกลถึง 1,000 กิโลเมตร
ขอบคุณข้อมูลจาก JapanSalaryman