รู้จัก "เครื่อง ECMO" (เอคโม่) ปอด-หัวใจ เทียมพยุงชีวิตตลอดเส้นทางการย้ายผู้ป่วย


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เครื่อง ECMO เครื่องมือแพทย์ที่ช่วยทำงานแทน "ปอด" และ "หัวใจ" ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย

"เครื่องเอคโม่" ที่ว่านี้เป็นของโรงพยาบาลกรุงเทพ ทีมนิวมีเดีย พีพีทีวี จึงไปสอบถามแบบเจาะลึกถึงกลไกการทำงานของเครื่องมือแพทย์นี้ซึ่งมีความสำคัญต่อการพยุงชีวิตคนคนหนึ่งได้ในทุกๆวินาทีที่มีการเคลื่อนย้ายเครื่องเอคโม่ (ECMO: Extracorporeal membrane oxygenationenation) อธิบายเข้าใจง่ายๆ ก็คือ “ปอดเทียม หัวใจเทียม” ซึ่งมีใช้อยู่แล้วในโรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่

คอนเทนต์แนะนำ
รู้จักเครื่อง ECMO  พยุงหัวใจและปอดให้ผู้ป่วยโควิด-19
“ภาวะหัวใจล้มเหลว” ภัยเงียบ รุนแรงเฉียบพลันอันตรายถึงชีวิต
วัยรุ่นมีแนวโน้มป่วยโรคหัวใจมากขึ้น รู้ทัน 6 พฤติกรรมเสี่ยงป้องกันได้

ซึ่งมีใช้ตั้งแต่ปี 1960 แต่ด้วยขนาดเครื่องที่ใหญ่เท่าตู้เย็นตู้หนึ่ง เป็นไปไม่ได้ที่จะส่งต่อคนไข้จากโรงพยาบาลหนึ่งไปอีกโรงพยาบาลหนึ่ง โดยมีเครื่องมือตัวนี้ประกอบกับผลการรักษาคนไข้ก็ไม่ได้ดี จนกระทั่งในช่วงประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา มีการพัฒนาอุปกรณ์ตัวนี้ให้มีขนาดเล็กลงและผลการรักษาดีขึ้นเรื่อยๆ จึงนิยมมากขึ้น ทั้งในไทยและต่างประเทศ

แต่ถึงอย่างนั้นในเมืองไทยเองก็ “ไม่สามารถนำขึ้นรถพยาบาลแล้วเคลื่อนย้ายไปรับคนไข้ได้ เนื่องจากการนำเครื่องเอคโม่ไปติดตั้งบนรถพยาบาลต้องใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 30 นาที พร้อมทีมแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการอบรมมาโดยเฉพาะ”

ที่ “โรงพยาบาลกรุงเทพ” เป็นแห่งเดียวที่มีทีมแพทย์ที่พร้อม อันประกอบด้วย ทีมศัลยแพทย์หัวใจ 2 คน วิสัญญีแพทย์ 1 คน นักเทคนิคการแพทย์ดูเครื่องมือ 1 คน พยาบาล 1 คน คนขับรถพยาบาล 2 คน “สิ่งที่แตกต่างจากปกติคือการนำแพทย์เฉพาะทางขึ้นรถพยาบาลไปด้วยถึง 3 คน”

โดยเครื่องนี้มีศักยภาพในการทำงานทดแทนปอดและหัวได้แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยที่ปอดและหัวใจไม่จำเป็นต้องทำงานหัวใจเลยก็ได้ ต่างที่การใส่สายท่อตำแหน่งที่นิยมใส่มากที่สุดคือบริเวณขาหนีบ จากที่ขาหนีบขึ้นไปถึงหัวใจและต้องใส่เข้าไปในหัวใจเพื่อนำเลือดดำออกมาผ่านตัวเครื่องและเอากลับเข้าไป ซึ่งการใส่ท่อนี้จะมีขนาดใหญ่และยาวถึง 35-40 เซนติเมตรในกรณีที่เป็นผู้ใหญ่ โดยแพทย์จะพิจารณาว่ากรณีที่ปอดและหัวใจเสียหายไปพร้อมกันการใส่สายในตำแหน่งก็แตกต่างกัน หรือถ้าปอดเสียหายอย่างเดียวหัวใจไม่เสียหายเราก็จะพิจารณาใส่อีกรูปแบบหนึ่ง

คอนเทนต์แนะนำ
ตรวจหินปูนหลอดเลือดหัวใจ ลดเสี่ยงหัวใจวาย
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน หนึ่งในกลุ่ม NCDs ตัวร้ายอันตรายถึงชีวิต

 

ส่วนหลักการทำงานของเครื่องเอคโม่ ผศ.นพ.อรรถภูมิ สู่ศุภอรรถ ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก และผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ อธิบายว่า เริ่มจากดึงเลือดดำออกจากร่างกายคนตามสายท่อที่สีน้ำเงินไปที่ตัวเครื่องสีแดงเรียกว่า เครื่องเมมเบรน อันเป็นตัวกั้นระหว่างแก๊สออกซิเจนกับเลือด เครื่องเมมเบรนก็จะเติมออกซิเจนเข้าไปในเลือด ซึ่งตัวด้านหลังจะมีหน้าที่ปั๊มผ่านเครื่องเมมเบรนไปพร้อมกัน เพราะฉะนั้นเลือดที่ผ่านการเติมออกซิเจนเรียบร้อยแล้วก็จะผ่านท่อสีแดง แล้วก็ต้องใส่สายอีกสายหนึ่งกลับเข้าไปหล่อเลี้ยงร่างกาย “เป็นการเปลี่ยนเลือดดำเป็นเลือดแดงไปเลี้ยงร่างกายนั่นเอง”และตลอดเวลาที่เครื่องทำงานจะต้องดูมอร์นิเตอร์ว่ามีข้อติดขัด ผิดพลาดตรงไหนหรือไม่ รวมถึงปริมาณของตัวเลือดที่ผ่านตัวเครื่องนี้มีกี่ลิตรต่อนาที เราก็ต้องควบคุมให้มีปริมาณเลือดที่เพียงพอที่จะไปเลี้ยงร่างกายได้

“ในกรณีถ้าเกิดว่าหัวใจยังทำงานดี ก็ไม่จำเป็นต้องกลับเข้าไปหลอดเลือดแดง เราใส่คืนให้หลอดเลือดดำก็จะเลือดแดงที่ไหลย้อนกลับเข้าไปหัวใจหล่อเลี้ยงร่างกายได้ แต่ในกรณีถ้าเกิดหัวใจของคนไข้ไม่ยอมปั๊มไม่ยอมบีบ ต้องใส่ย้อนกลับเข้าไปหลอดเลือดแดงก็ต้องใส่สายอีกสายหนึ่งขนาดใหญ่ประมาณเท่านิ้วก้อยย้อนเข้าไปที่หลอดเลือดแดงใหญ่”

สำหรับการใช้เครื่องเอคโม่ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ผศ.นพ.อรรถภูมิ บอกว่า ตามสัดส่วนอุบัติการณ์แล้ว ในกรณีที่เป็นโรคปอดที่ใส่เครื่องมือตัวนี้สถิติของเรา โอกาสรอดชีวิตอยู่ที่ 60 เปอร์เซ็นต์ แต่เทียบกับถ้าไม่ใส่อุปกรณ์ตัวนี้ สถิติการรอดชีวิตคนไข้จะอยู่ 20 เปอร์เซ็นต์ เราเพิ่มอัตราการรอดชีวิตเพิ่ม 3 เท่า ในกรณีโรคปอดร้ายแรง

แต่ในกรณีเป็นโรคหัวใจด้วยอัตราการรอดชีวิตถ้าเราไม่ใส่เพียง 10 เปอร์เซ็นต์ แต่พอเราใส่อัตราการรอดชีวิตอยู่ที่ 40 เปอร์เซ็นต์ แปลว่าเราเพิ่มจาก 10 เปอร์เซ็นต์เป็น 40 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ได้แปลว่าคนไข้จะรอด 100 เปอร์เซ็นต์อยู่ดี 

“ปัจจุบันเครื่องเอคโม่มีความนิยมใช้มากในประเทศไทย โรงเรียนแพทย์ใหญ่ๆ โรงพยาบาลรัฐใหญ่ๆมีการใช้อยู่แล้วในอนาคตก็เชื่อว่าจะมีมากขึ้น เพราะประสบการณ์ของทั้งคุณหมอและทีมงานที่จะดูแลคนไข้ที่ต้องใช้เครื่องเอคโม่ให้มีภาวะแทรกซ้อนต่ำที่สุด เกิดประสิทธิภาพที่ดีในการดูแลคนไข้ในภาวะวิกฤต” 

นอกจากนี้ เรายังพาไปพูดคุยกับอีกหนึ่งคุณหมอ รศ.นพ.ปรัญญา สากิยลักษณ์ ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก รพ.หัวใจกรุงเทพ ในเรื่องของการประเมินอาการผู้ป่วยว่าแบบไหนควรเคลื่อนย้ายด้วยเครื่องเอคโม่

คอนเทนต์แนะนำ
"หลอดเลือดหัวใจตีบ-ตัน" CT SCAN พยากรณ์โรคไร้สัญญาณเตือนได้ !
รู้จัก "โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ" ซ่อนตัวเงียบแต่อันตรายถึงชีวิต
เคล็ดไม่ลับ "ออกกำลังกาย" ให้หัวใจแข็งแรง ลดความเสี่ยงเกิดโรค

 

“ วิกฤตระดับมาก หัวใจล้มเหลวไม่ตอบสนองต่อยาแล้ว ให้ยาแล้วก็ไม่ดีขึ้นกระตุ้นอย่างไรก็ไม่บีบตัว ใช้อุปกรณ์อื่นยังไงก็ไม่ดีขึ้น ความดันอย่างไรก็ต่ำ เพราะฉะนั้นเครื่องแอคโมก็จะไปช่วยพยุงหัวใจแล้วก็ปอด อีกส่วนหนึ่งปอดไม่สามารถปล่อยแก๊สได้เลย แล้วให้ออกซิเจน 100 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มแรงดันเต็มที่แล้ว ออกซิเจนยังต่ำ คาร์บอนไดออกไซด์ก็ยังสูง เลือดยังเป็นกรดอยู่ อันนี้ก็ต้องใส่เครื่องนี้เข้าไปทำงานแทนปอดอย่างเดียวเครื่องนี้เข้าไปทำงานแทนปอด”

แต่ก็มีบางครั้งที่ไม่ทัน...

“ส่วนใหญ่ทางเราเป็นคนไข้หัวใจล้มเหลวรุนแรง ปั๊มหัวใจแล้วแจ้งเรา บางทีเตรียมเรียบร้อยยังไม่ได้ไปคนไข้ก็หัวใจหยุดเต้นไปแล้ว อันนั้นถ้าหัวใจหยุดเต้นถึงขั้นปั๊มหัวใจ ต้องเข็นไปใส่เครื่องแอคโมเดี๋ยวนั้นเลย ถึงจะรอด แต่ว่าหลายๆ โรงพยาบาลเขาไม่มีก็ติดต่อมา ขนาดว่ารีบยังไงก็ไม่ทัน ปอดรอได้ แต่หัวใจต้องแข่งกับเวลา”

Olympic2024_B Olympic2024_B

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ