ไฮโซสาว แจ้งความ “บรรณวิทย์” บุกรุกหวังฮุบบ้าน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรณีไฮโซสาวเจ้าของร้านเพชรอ้างว่าถูกพลเรือเอกบรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม สั่งให้ชายฉกรรจ์กว่า 10คนเข้ามายึดบ้านและเปลี่ยนกุญแจใหม่ทั้งหมด ทำให้ตัวเองที่เป็นเจ้าของบ้านและน้องสาวเข้าบ้านไม่ได้ ล่าสุดวันนี้ เธอได้แจ้งความดำเนินคดีกับพลเรือเอกคนดังกล่าวและชายฉกรรจ์ทั้งหมดในข้อหาบุกรุก

ภาพวงจรปิดแสดงให้เห็นพลเรือเอกบรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมกลุ่มชายคนจำนวนหนึ่งอยู่ภายในบ้านหลังใหญ่มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท ที่ตั้งอยู่ใน ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี ซึ่งบางคนแต่งชุดคล้ายกับเครื่องแบบทหารเรือ คือ หลักฐานที่ น.ส.พิมพ์นรี โหตะไวทยากร เจ้าของร้านเพชร นำมายื่นต่อ พ.ต.ท.สมชาย อรภักดี รอง ผกก.สอบสวน สภ.บางศรีเมือง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับพลเรือเอกบรรณวิทย์และทุกคนในภาพในข้อหาบุกรุก โดยน.ส.พิมพ์นรี ได้นำโฉนดที่ดินและทะเบียนบ้านที่ระบุชื่อตัวเองเป็นเจ้าบ้านมาประกอบเป็นหลักฐานครั้งนี้ด้วย

น.ส.พิมพ์นรี ยืนยันว่า ตัวเองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านหลังนี้ โดยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านและโฉนดที่ดินถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง ส่วนกรณีที่ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ อ้างว่าเป็นผู้ถือครองกรรมสิทธิ์บ้านตามคำสั่งศาลนั้นไม่เป็นความจริง โดย น.ส.พิมพ์นรี ขยายความว่า เมื่อ 2 ปีก่อน พล.ร.อ.บรรณวิทย์ ได้ฟ้องร้องว่ามีกรรมสิทธิ์ร่วมในบ้านหลังนี้ ก่อนที่ศาลชั้นต้น คือศาลจังหวัดนนทบุรี จะมีคำพิพากษาให้ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ ชนะคดีในวันที่ 25 กันยายน 2562 ซึ่งตนเองได้ยื่นอุทธรณ์ทันที ทำให้คดียังไม่ถึงที่สิ้นสุด

น.ส.พิมพ์นรี ระบุว่า หากคดีถึงที่สิ้นสุดและ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ อยากมีชื่อถือครองกรรมสิทธิ์ร่วมก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ใช่นำชายฉกรรจ์บุกรุกเข้าไปในบ้านโดยพลการ ทำลายกุญแจบ้าน เปลี่ยนลูกกุญแจใหม่ทั้งหมดเพื่อไม่ให้ตนเองและน้องสาวเข้ามาในบ้านได้ ทั้งที่ตนเองยังคงมีชื่อเป็นเจ้าของบ้านแต่เพียงผู้เดียว ตามหลักฐานทะเบียนบ้านและโฉนดที่ดิน การกระทำดังกล่าวถือว่าเข้าข่ายบุกรุก ทำให้ตนเองนำหลักฐานทั้งหมดมาแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ และทุกคนที่บุกเข้าไปในบ้าน

ภายหลังแจ้งความ พ.ต.ท.สมชาย อรภักดี รอง ผกก.สอบสวน สภ.บางศรีเมือง ได้พา น.ส.พิมพ์นรี โหตะไวทยากร พร้อมบิดา และทนายความ เข้ามาที่บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งสภาพบ้านถูกล็อกจากด้านใน ประตูรั้วและประตูภายในถูกปิดเงียบ ภายหลังจากการ กดกริ่งหลายครั้งก็ไม่มีใครออกมาเปิดประตู ทำให้ น.ส.พิมพ์นรี และบิดา ไม่สามารถเข้าไปภายในบ้านได้อย่างที่ตั้งใจไว้

น.ส.พิมพ์นรี ยอมรับว่า รู้สึกผิดหวัง เนื่องจากภายหลังจากที่กลุ่มชายฉกรรจ์เข้ามายึดบ้านก็ได้เข้าไปภายในเพียงครั้งเดียวเพื่อไปเอาของใช้จำเป็น ซึ่งขณะที่เข้าไปก็มีชายฉกรรจ์เดินประกบตลอดทางเหมือนกับตนเองเป็นนักโทษ และหลังจากออกมาแล้วก็ไม่สามารถเข้าไปได้อีก ทำให้ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างยังอยู่ด้านใน รวมถึงรถเก๋งที่จอดอยู่ แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือสุนัขทั้ง 7 ตัว ที่ไม่แน่ใจว่าได้รับการดูแลดีหรือไม่

ด้านนายธนัช เกตุมงคล บิดา เปิดเผยว่า การนำชายฉกรรจ์มาบุกรุกเข้าบ้านนี้มีการวางแผนมาเป็นอย่างดี เพราะก่อนหน้าวันที่ 4 ต.ค. ที่ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ จะนำคนเข้ามาก็ได้มีการมาติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณรอบ ๆ บ้านเพื่อสอดแนม และรอจังหวะที่มีคนเข้าออก ก่อนที่จะบุกเข้าไปภายในบ้านและข่มขู่ให้คนงานออกจากบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งคนงานไม่กล้าขัดขวางเนื่องจากมีอาวุธปืน นอกจากนี้ ได้ถอดปลั๊กกล้องวงจรปิดเดิมออกเพื่อไม่ให้ครอบครัวเห็นสภาพภายในและนำกล้องวงจรปิดใหม่มาติดแทน ซึ่งตนเองมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นายธนัช ระบุอีกว่า สิ่งที่ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ ฟ้องร้องมีอยู่3ข้อคือ 1.ให้ใส่ชื่อ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เข้ามาในโฉนดร่วม 2.ห้ามขัดขวาง พล.ร.อ.บรรณวิทย์ไม่ให้เข้าบ้าน ซึ่งหากทางครอบครัวปฏิเสธทั้ง2ข้อนี้จะต้องจ่ายเงินให้ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ 40 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้คดียังอยู่ในชั้นอุทธรณ์

ทั้งนี้ น.ส.พิมพ์นรี โหตะไวทยากร พร้อมบิดา ยืนยันว่าจะต่อสู้คดีอย่างถึงที่สุด โดยไม่เกรงกลัวหากจะมีการใช้อำนาจอย่างไม่ถูกต้อง เนื่องจากเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม

ขณะที่พลเรือเอกบรรณวิทย์ เก่งเรียน ชี้แจงกับทีมข่าวพีพีทีวีระบุว่า เรื่องที่น.ส.พิมพ์นรี เปิดเผยต่อสาธารณะเป็นเท็จทั้งหมด และยืนยันว่า บ้านในจังหวัดนนทบุรีราคา 40 ล้านบาทเป็นของตัวเอง ส่วนกรณีที่นางสาวพิมพ์นรี นำโฉนดและทะเบียนบ้านที่มีชื่อของตัวเองมาอ้าง ต้องย้อนกลับไปดูว่า เป็นเอกสารฉบับล่าสุดหรือไม่ พร้อมมั่นใจว่า การเข้าไปบ้านหลังนี้ไม่ใช้การบุกรุกตามกฎหมายอย่างแน่นอน เพราะมีคำสั่งศาลรองรับ ส่วนความสัมพันธ์กับแม่ของน.ส.พิมพ์นรี พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวว่า ยังไม่สามาถพูดอะไรได้ เนื่องจากมีคดีฟ้องร้องกันอยู่ถึง 5 คดี และชนะไปเพียงแค่คดีเดียว คือ คดีฟ้องร้องแย่งสิทธิ์ความเป็นเจ้าของบ้าน โดยเวลานี้กำลังให้ทนายความดูข้อกฎหมายและแจ้งความกลับฐานหมิ่นประมาทกับความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ

สำหรับสาเหตุที่พลเรือเอกบรรณวิทย์ เข้าไปพัวพันกับครอบครัวสาวไฮโซร้านเพชร มีรายงานว่า แม่ของสาวไฮโซร้านเพชร เคยเลิกกับสามีและมาคบหากับพลเรือเอกบรรณวิทย์รู้จักกันผ่านญาติตั้งแต่ปี 2541 ซึ่งช่วงเวลาที่คบหากันคาบเกี่ยวกับช่วงที่แม่ของน.ส.พิมพ์นรี ซื้อที่ดินและสร้างบ้านหลังที่กำลังเป็นข้อพิพาท

 

 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ