ปฏิเสธไม่ได้ว่าลักษณะทางกายภาพของถนน คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการเกิดอุบัติเหตุและความสูญเสีย ถนนทางหลวงหมายเลข 11 (ลำปาง-เด่นชัย) ช่วงตั้งแต่แยกแม่แขม ต.บ่อเหล็กลอง อ.ลอง จ.แพร่ ถึงรอยต่อระหว่าง อ.ลอง กับ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ความยาวครอบคลุม 7 กม. ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางอันตรายที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย เพราะตลอดเส้นทาง 7 พันเมตรนั้น ประกอบไปด้วยจุดเสี่ยงอันตรายปราบเซียนถึง 3 ด่าน หากผู้ขับขี่ไม่ชำนาญเส้นทาง และไม่ปฏิบัติตามป้ายเตือนหรือกฎจราจร อาจเกิดอุบัติเหตุรุนแรงถึงขั้นสูญเสียชีวิต..
ทีมนิวมีเดีย PPTV ลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นทางปราบเซียนแห่งนี้ เริ่มตั้งแต่บริเวณแยกแม่แขมไปจนถึงรอยต่อระหว่าง อ.ลอง จ.แพร่ และ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง พบว่า ถนนเส้นนี้เป็นทางลาดชันขึ้นเขา แม้จะเป็นสายหลักแต่มีเพียง 2 เลนวิ่งสวนทาง มีบางช่วงเท่านั้นที่ขยายเป็น 3 เลน ขยายทางขึ้นเป็น 2 ช่องทาง เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ
ระหว่างทดสอบทัศนวิสัยการขับขี่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ “ฝน” ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสริมที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ตกลงมา ทำให้ทีมทดสอบได้เห็นถึงสภาพการขับขี่ในช่วงเสี่ยงอันตรายที่สุด เสมือนการขับขี่และสัญจรจริงของผู้ใช้เส้นทางสายนี้ อุปสรรคใหญ่ไม่เพียงสภาพถนนที่เป็นทางคดเคี้ยวสลับขึ้นลงเขาเท่านั้น แต่ในช่วงที่ฝนตกลมแรงยังทำให้ต้นไม้และกิ่งไม้ข้างทาง ตกลงกีดขวางเส้นทางจราจรอีกด้วย
ร.ต.อ.นิคม คำเปี้ยว รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรลอง บอกว่า ในระยะเส้นทางตั้งแต่แยกแม่แขมขึ้นไปจนถึงรอยต่อ จ.ลำปาง ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติตามสัญญาณเตือน เครื่องหมายจราจร และป้ายคำแนะนำต่างๆ อย่างเคร่งครัด เพราะเป็นทางที่ต้องใช้ความเร็วต่ำ แต่ส่วนใหญ่พบว่าผู้ใช้รถใช้ถนนยังขาดจิตสำนึกและความระมัดระวัง แทบจะทุกคนใช้ความเร็วเกินกว่า 60 กม./ชม. ซึ่งเป็นอัตราความเร็วที่แนะนำ
รอง สวป. สถานีตำรวจภูธรลอง ชี้ว่าจุดเสี่ยงอุบัติเหตุในระยะ 7 กม. ข้างต้นนั้น แบ่งออกเป็น 3 จุดใหญ่ ๆ ได้แก่
จุดที่ 1 บริเวณแยกแม่แขม เกิดจากสภาพถนนที่เป็นทางเอก (สาย 11 ลำปาง-เด่นชัย) ตัดทางโท (สาย 1023 ลอง-วังชิ้น) อุบัติเหตุส่วนใหญ่ในจุดนี้มักเกิดจากรถทางโท ตัดหน้ารถทางเอกที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง จากการวิเคราะห์สาเหตุ พบว่า ไม่เพียงลักษณะของเส้นทางเท่านั้นที่เป็นปัจจัยหลัก ทำให้ผู้ขับขี่ที่ไม่คุ้นชินเส้นทางเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ แต่ยังเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการขับขี่ส่วนบุคคลด้วย โดยเฉพาะการไม่ใส่ใจและปฏิบัติตามป้ายเตือนต่างๆ ที่ติดตั้งไว้ริมทาง
จุดที่ 2 ทางลงเขาลาดชัน ห่างจากแยกแม่แขมขึ้นไปทาง จ.ลำปาง ประมาณ 1 กม. รถที่วิ่งมาจากลำปางส่วนใหญ่ใช้ความเร็วสูง ทำให้เบรกไม่ทันหรือเสียหลักเกิดอุบัติเหตุ ที่ร้ายไปกว่านั้นหลายครั้งในช่วงฝนตกรถที่วิ่งลงเขามักจะมาประสบเหตุบริเวณโค้งสุดท้าย ซึ่งมีป้อมตำรวจตั้งอยู่กึ่งกลางโค้งพอดี โดยหลายกรณีผู้ขับขี่เหยียบเบรก แล้วรถเกิดเสียหลักหมุนพุ่งเข้าชนป้อมตำรวจเสียหาย
จุดที่ 3 เส้นทางปราบเซียน อยู่เหนือทางลาดลงเขาชันขึ้นไป เริ่มตั้งแต่ช่วงที่เลยจากป้ายทางเข้าอุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย ไปจนถึงเขตติดต่อระหว่าง อ.ลอง จ.แพร่ กับ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ครอบคลุมระยะทางประมาณ 5 กม. ลักษณะเส้นทางเป็นทางคดเคี้ยวขึ้นลงเขา ประกอบกับเวลาฝนตกจะมีน้ำขังในถนน และมีกิ่งไม้หักกีดขวางเส้นทางสัญจร บริเวณนี้จึงเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ทีมนิวมีเดีย PPTV ได้รับทราบแนวทางแก้ไขป้องกันอุบัติเหตุ บริเวณแยกแม่แขม จุดอันตรายซึ่งได้รับคำยืนยันจากชาวบ้านบริเวณนี้ว่าเป็นจุดที่เกิดการพุ่งชนขึ้นบ่อยครั้ง
ลุงวิชัย อินดี ชาวบ้านบ่อเหล็กลอง ซึ่งเปิดร้านซ่อมปะยางบริเวณแยกแม่แขม เล่าให้ฟังว่า ส่วนมากผู้ประสบอุบัติเหตุ จะบอกว่ามองไม่เห็น หรือไม่รถที่วิ่งมาจากสายรอง เส้น 1023 (ลอง-วังชิ้น) ก็มักจะคิดว่ารถของตัวเองน่าเลี้ยวพ้น แต่เนื่องจากรถที่วิ่งมาจากทางหลัก เส้น 11 (ลำปาง-เด่นชัย) ส่วนใหญ่ใช้ความเร็วสูง จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุพุ่งชนบ่อยครั้ง จนชาวบ้านในพื้นที่พากันเรียกแยกแม่แขมแห่งนี้ว่าเป็น “แยกวัดใจ”
เช่นเดียวกับ ป้าสิริ พวงทอง แม่ค้าร้านอาหารตามสั่งซึ่งตั้งอยู่ ตรงข้ามร้านปะยางรถยนต์ ที่บอกว่าด้วยสภาพถนนที่เป็นทางลาดลงเขาต่อด้วยสี่แยก ทำให้จุดนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยมากโดยเฉพาะช่วงฤดูฝน จนไม่กล้านอนที่ร้านเพราะอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ
สำหรับแนวทางการแก้ปัญหานั้น นายอลงกรณ์ กัวตระกูล ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงแพร่ เปิดเผยว่า แขวงการทางแพร่ได้เสนอโครงการปรับปรุงเส้นทาง โดยทำให้ทางแยกแม่แขมแห่งนี้ไม่มีจุดตัด ด้วยการสร้างสะพานข้ามแยกในเส้นทางหลัก และทำจุดยูเทิร์นเกือกม้าถัดไปในบริเวณใกล้ๆ กัน ส่วนทางสายรองก็ให้วิ่งลอดใต้สะพานข้ามแยก หากต้องการกลับรถไปทาง จ.ลำปาง หรือ อ.เด่นชัย ก็ให้กลับรถวิ่งขนานทางสายหลัก เพื่อขึ้นยูเทิร์นเกือกม้าและมุ่งสู่ทิศทางที่ต้องการ การปรับถนนให้ไม่มีจุดตัดทางแยก จะช่วยลดอัตราการอุบัติเหตุได้มีประสิทธิภาพ
ผู้อำนวยแขวงทางหลวงแพร่ บอกว่า ในแต่ละวันจะมีรถวิ่งผ่านแยกแม่แขม ประมาณ 4-6 พันคัน และเนื่องจากเส้นทางสายหลักลำปาง-เด่นชัย มีความลัดชันก่อนถึงจุดตัดบริเวณแยกถึง 6% ทำบริเวณนี้เป็นหนึ่งในจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ สูงที่สุดแห่งหนึ่งของ จ.แพร่ โดยจากสถิติย้อนหลัง 5 ปี เกิดอุบัติเหตุรุนแรง 16 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 33 ราย ดังนั้น เพื่อลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ และป้องกันไม่ให้เกิดการเสียชีวิต
“จุดตัดทางแยกทุกแห่งถือเป็นจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุทั้งสิ้น แนวทางการลดหรือป้องกันอุบัติเหตุโดยการลดจุดตัด ถือเป็นหนึ่งในวิธีลดความสูญเสียได้อย่างถาวร แต่อย่างไรก็ตามพฤติกรรมการขับขี่ก็มีส่วนสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน หากผู้ขับขี่ทุกคนปฏิบัติตามกฎจราจร ไม่ฝ่าฝืนป้ายเตือนก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุได้เช่นกัน”