ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณป้อมเพชรโบราณสถานสำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่นี่แม่น้ำเจ้าพระยาจะไหลบรรจบไปที่แม่น้ำป่าสัก และเป็นจุดที่ต่ำสุดรองลงมาจากทิศตะวันตกของเกาะเมือง ทำให้การตั้งกระสอบทรายกันน้ำท่วม ต้องหนาแน่นเป็นพิเศษเพื่อป้องกันความเสี่ยงไม่ให้กำแพงป้อมเพชรพังถล่ม เพราะกระแสน้ำ เพราะขณะนี้มวลน้ำจำนวนมากยังล้อมเกาะเมืองไว้
ทั้งนี้ จากภาพมุมสูงจะเห็นว่าแม่น้ำทั้ง 3 สาย ได้แก่ เจ้าพระยา ป่าสัก และลพบุรียังล้อมเต็มพื้นที่เกาะเมือง แม้ว่าเขื่อนเจ้าพระยาจะปล่อยน้ำน้อยลง แต่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติประวัติศาสตร์จังหวัดพระนครศรีอยุธยาไม่วางใจ มีคำสั่งให้ขนกระสอบทรายกว่า 100 ถุง มาสร้างเป็นพนังกันน้ำท่วมเพิ่ม หลังช่วงเช้าที่ผ่านมาพบการรั่วซึมของน้ำใต้กระสอบทราย ที่อาจทำให้กำแพงป้อมเพชร เสี่ยงเกิดถล่มลงมา เพราะกระแสน้ำเชี่ยว
ส่วนพื้นที่ถัดไปไม่ไกลมีชุมชนประตูชัย ที่นี่เปรียบเสมือนจุดรับน้ำฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและอยู่ติดกับถนนอู่ทองมากที่สุด บ้านเรือนที่ไม่มีการถมดิน ทำเขื่อนกั้นน้ำมีสภาพไม่ต่างจากคลองเพราะมีน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร
อย่างไรก็ตาม คนที่อาศัยอยู่ตรงนี้เล่าว่า เจอน้ำท่วมทุกปี เพราะอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ปีนี้การขนของขึ้นที่สูงกะทันหันมาก ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม โดยทุกคนยืนยันว่า ไม่ได้ยินเสียงการแจ้งเตือนจากจังหวัดผ่านลำโพงเสียงตามสาย ต่างจากทุกปีที่มีการเรียกประชุมและแจ้งเตือน
จุดหนึ่งที่เวลานี้น้ำท่วมเต็มพื้นที่ทุกตำบลแล้ว คือ อำเภอบางบาล แม้คนที่นี่จะรู้ดีว่า พวกเขาเป็นพื้นที่รับน้ำประจำและเป็นเหมือนกันชนให้กับพื้นที่สาธารณสุขและพื้นที่เศรษฐกิจ แต่พวกเขาก็มีปัญหาเรื่องข้อมูลน้ำที่มีความไม่แน่นอนอย่างมาก รวมถึงปีนี้ที่กำลังเกิดขึ้น
ทั้งนี้ สถานการณ์ทั้งหมดทางจังหวัดยืนยันว่า มีแผนรองรับสถานการณ์แล้ว โดยจะประเมินตามระดับน้ำที่ไหลผ่านรอบเกาะเมือง และคาดว่าน้ำจะไม่ท่วมหนักเหมือนปี 2554 ส่วนการแจ้งเตือนภัยหัวหน้ากรมป่องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังพระนครศรีอยุธยา ระบุว่า มีการแจ้งเตือนผ่านสื่อหลายช่องทาง แต่การที่ไม่มีเสาชี้แจงว่า ประชาชนรู้เท่าทันน้ำและจัดชุดเคลื่อนที่เร็วไว้แล้ว
ชาว อ.บางบาลเข้าใจ ยอมรับน้ำแทนพื้นที่เศรษฐกิจ แต่ขอข้อมูลชัดเจน