นักวิชาการตำรวจ เสนอทำแอพกรอกข้อมูลล่วงหน้าก่อนไปแจ้งความ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

วิกฤตพนักงานสอบสวน คนในอยากออก คนนอกไม่อยากเข้า นักวิชาการตำรวจแนะทำแอพแจ้งความ คัดกรองเบื้องต้น

รายการเป็นเรื่องเป็นข่าวทางสถานีโทรทัศน์ PPTV จัดรายการในตอน “วิกฤต พนักงานสอบสวน” โดยสืบเนื่องจากการที่มีคลิปตำรวจกลุ่มหนึ่ง จาก สภ.แกลง ได้จับฉลากว่าใครต้องเป็นพนักงานสอบสวน โดบมีผู้ร่วมรายการคือ พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร อดีตรองผู้บังคับการจเรตำรวจ และ รศ.พ.ต.ท. ดร.กฤษณพงศ์ พูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันอาชญวิทยา

พ.ต.อ.วิรุตม์กล่าวว่า การจับฉลากไม่ใช่แค่สถานีนี้ คดีมีมากขึ้นพนักงานสอบสวนจะทำงานค่อนข้างมาก จึงต้องเกลี่ยตำรวจสายอื่นมาเป็นพนักงานสอบสวน ซึ่งไม่มีใครสมัครใจจึงต้องมีการจับฉลาก แต่งานสอบสวนไม่ได้ถ่ายเทกันง่ายๆ แต่ละโรงพักก็จะส่งชื่อมา บางทีก็ต้องย้ายที่  จริงๆการย้ายมาเป็นพนักงานสอบสวนจะได้เงินเพิ่มเป็นหมื่น และกฎหมายใหม่ที่กำลังจะร่างก็เพิ่มอีก 5,000 รวมเป็น 17,000  แต่ก็ไม่มีใครอยากได้ เพราะมันไม่จูงใจ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :  ทิศทาง “ปฏิรูปตำรวจ 4.0” หัวใจอยู่ที่โรงพัก

พ.ต.อ.วิรุตม์กล่าวว่าที่ไม่เป็นไม่ใช่เรื่องเงิน เพราะทุกคนเห็นว่าเป็นสายงานที่ไม่เจริญก้าวหน้า หนักยิ่งกว่าเก่า ก่อนที่จะมีคำสั่ง คสช. 7/2559 ที่ยุบตำแหน่งพนักงานสอบสวน  กลายเป็นเคว้งคว้าง ถ่ายไปถ่ายมา นักวิ่งเต้นก็มา  เพราะคิดว่าใครๆก็มาทำได้ แต่จริงๆแล้วมีปัญหา ปัจจุบันงานไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อน กฎหมายมากขึ้น ประชาชนรู้กฎหมายมากขึ้น หากทำคดีไม่ตรงคนก็ไม่ยอม หากทำตามกฎหมายไม่ยาก แต่ที่ปวดหัวเพราะแทนที่จะทำได้ตามพยานหลักฐานและกฎหมาย แต่กลับมีการสั่งให้ทำผิดกฎหมาย และความเสี่ยงตกอยู่ที่พนักงานสอบสวนตลอด  

พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวต่อว่า  เมื่อไม่ดำเนินการตามกฎหมายเขาก็อยู่ในความเสี่ยง งานก็หนัก ความก้าวหน้าไม่มี เสี่ยงคุกตะราง ไปดูสิลูกผู้ใหญ่ไม่มีใครเป็นพนักงานสอบสวน

พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวว่า โจทย์อยู่ที่ผู้บริหารจะออกแบบอย่างไรให้ระบบงานเป็นธรรม  กลุ่มหนึ่งอยากไปไหนก็ได้ไป อีกกลุ่มขั้นยังไม่ค่อยจะได้  เท่าที่เห็นไม่ค่อยได้สองขั้นกัน  ต้องเข้าใจว่าไม่ใช่เขาไม่อยากเป็น เขารักงานสอบสวนแต่เขาเจอปัญหาในระบบ  ไม่ใช่สายอื่นเจริญเอาๆ  และต้องมีศักดิ์ศรี  พนักงานสอบสวน ระดับ พ.ต.อ.ยังไม่มีที่จอดรถเลย   

พ.ต.ท.กฤษณพงศ์กล่าวว่า ปัญหานี้มีการคุยมาเป็นเวลานานแล้ว วงการภายนอกก็คุยว่าต้องการขวัญกำลังใจ และต้องการวิชาชีพเฉพาะทาง  อาจจะคล้ายส่วนอื่น แต่พนักงานสอบสวนจะเครียดกว่าตำรวจอื่นบางคนอาจจะมองว่าเงินได้เยอะ แต่ภาระงานมันเทียบไม่ได้ เสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี   

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เครือข่ายสตรี ชี้ปฏิรูปตำรวจต้องแยกพนักงานสืบสวนสอบสวน

พ.ต.ท.กฤษณพงศ์กล่าวว่า จากคดีที่มีมากขึ้น เกณฑ์คือ 70 คดี ต่อคนต่อปี  งานจะไม่โหลดเกินไป แต่ปัจจุบันอยู่ที่ 200-300 คดี และแต่ละคดีต้องสอบปากคำ พยาน ผู้ต้องหา แต่ละคดียากง่ายต่างกัน คนเป็นพนักงานสอบสวนเมื่อ 10-20 ปีที่แล้วต่างจากปัจจุบัน ต้องปรับตัวให้ได้  เราต้องหาทางแก้ปัญหาร่วมกัน หากเขาไม่ได้มาด้วยความสมัครใจ ผลจะตกอยู่กับประชาชน หากคนทำสำนวนไม่อยากทำไม่อยากเป็น    เราต้องหาทางแก้ปัญหาร่วมกันโดยเร็ว  เราพบว่าตำรวจส่วนหนึ่งอยากเป็นพนักงานสืบสวน หากมีค่าตอบแทนที่เพียงพอ หากทำได้จะมีแรงจูงใจ เขาก็อยากรักษาสถานภาพเอาไว้

“เราทำแอพให้ประชาชนกรอกก่อนได้ไหม และนัดหมายล่วงหน้าไปก่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปแจ้งความวันนั้นไม่ได้  เขาจะได้รู้ล่วงหน้าใครจะเป็นพนักงานสืบสวน  พนักงานจะรู้ว่าควรเป็นคดีอาญาไหม และติดตามความคืบหน้าได้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ