นายจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ กล่าวหลังจากนายนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซูเอลา ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับสหรัฐฯ เนื่องจากไม่พอใจที่สหรัฐรับรองให้นาย”ฆวน กวาอิโด”ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน เป็นประธานาธิบดี
แต่นายโบลตัน ยอมรับว่า การตัดเส้นทางการเงินของนายมาดูโรป็นเรื่องที่ยุ่งยากและซับซ้อนพร้อมเปิดเผยว่าทำเนียบขาวกำลังหาช่องทางให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่ กวาดิโอ
ที่จริงแล้วสหรัฐฯใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อเวเนซูเอลามานานกว่า 2 ปีแล้ว โดยมุ่งเน้นไปที่คนใกล้ชิดของนายมาดูโร รวมถึงตัดสินทางการค้ากับต่างประเทศให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่สหรัฐฯเลือกที่จะไม่กดดันการส่งออกน้ำมันของเวเนซูเอลา เนื่องจากสหรัฐฯยังพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซูเอลาอยู่นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯก็พยายามกดดันนายมาดูโรอย่างหนัก ท่ามกลางความคิดเห็นที่แตกออกเป็น 2 ฝ่ายของประชาคมโลก โดยรัสเซีย มองว่าการที่ชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ หนุนหลังนายกวาอิโด ถือเป็นการกระทำที่ละเมิดกฏหมายระหว่างประเทศ และจะนำไปสู่เส้นทางแห่งการนองเลือด
ล่าสุดนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเปิดการประชุมฉุกเฉินเกี่ยวกับเรื่องนี้ภายในวันเสาร์ที่จะถึงนี้
ยูเอ็นห่วงวิกฤตผู้อพยพ “เวเนซูเอลา”
สหรัฐฯเมินถอนทูตออกพ้นเวเนฯ ตามคำสั่ง “มาดูโร”
นักวิทย์หาร่องรอยเทคโนโลยีเอเลียน บนดาวเคราะห์น้อยแท่งซิการ์