เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชายคนหนึ่ง อายุ 60 ปี ได้จอดรถคุยกับแอดมินเพจสายไหมต้องรอด เล่าถึงอาการของหลานสาว อายุ 8 เดือน ติดโควิด มีอาการเป็นไข้ ตัวร้อน ไอหนัก และหายใจแรง โดยเขาเพิ่งพาหลานสาวตระเวนไปหาโรงพยาบาลในจังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร แต่ไม่มีโรงพยาบาลไหนรับ ทำให้ต้องไปจอดรอความช่วยเหลือริมถนน ย่านแจ้งวัฒนะ
ทีมข่าว PPTV ประสานขอสัมภาษณ์ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากลุง อายุ 60 ปีคนนี้ว่า เมื่อ 5 วันที่แล้ว (5 ม.ค.65) ลูกสาวและลูกเขย ซึ่งเป็นพ่อแม่ของเด็ก อายุ 8 เดือนติดเชื้อโควิด-19 จากการไปเที่ยวปีใหม่ต่างจังหวัด และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่จังหวัดปทุมธานี ทำให้เขาและภรรยา ซึ่งเป็นย่า ต้องดูแลหลาน ต่อมาเมื่อวานนี้ (9 ม.ค.65) หลานสาวร้องไม่หยุด มีอาการตัวร้อน และหายใจแรง จึงตัดสินใจพาไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลที่พ่อแม่เด็กรักษาตัวอยู่ ปรากฎว่า หลานสาวและย่า ผลออกมาเป็นบวก แต่ตนเองไม่ติด เจ้าหน้าที่แจ้งว่าต้องรอคิวอีก 150 คิว เตียงถึงว่าง ให้กลับไปรอการรักษาที่บ้าน ระหว่างนี้หลานมีอาการหนักขึ้นจนตัวเริ่มแดง จึงขับรถตระเวนไปทั่ว ตั้งแต่เวลา 20.00 น. ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าแพทย์ที่เชี่ยวชาญเรื่องเด็กไม่ได่เข้าเวร ให้ติดต่อกลับอีกครั้งวันต่อไป จึงติดต่อเพจสายไหมต้องรอด เพื่อประสานขอเตียงให้อีกช่องทาง สุดท้ายได้เตียงรักษาที่โรงพยาบาลเด็ก สถาบันสุขภาพแห่งชาติมหาราชินี
เช็กที่นี่ ! รวมจุดฉีดวัคซีนโควิด ทั้งแบบลงทะเบียน และ Walk in
นายเอกภพ กล่าวต่อว่า จุดที่ทำให้ตัดสินใจช่วย แม้ว่าจะเป็นช่วงกลางดึก เพราะตอนนั้นเด็กมีไข้ 38.2 องศาเซลเซียส และวัดค่าออกซิเจนได้ 90% ของร่างกาย ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานมาก กังวลว่าการระบาดระลอกนี้มีผู้ป่วยที่เป็นเด็กอายุน้อยเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน แต่ละคนแสดงอาการของโรคชัดเจนต่างจากการระบาดรอบที่ผ่านมา อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงสาธารณสุขให้ข้อมูลชัดเจน เพื่อง่ายต่อการปฏิบัติงานของกลุ่มอาสาและเป็นความรู้ให้ประชาชน รวมถึงระบบ Home Isolation ที่จะนำมาเป็นแผนหลักในการรักษา มองว่าต้องดูบริบทของครอบครัวด้วย หากครอบครัวที่มีคนอยู่อาศัยเยอะ อาจทำให้กักตัวไม่ได้ และติดวนเวียนกันในบ้าน
สำหรับภาพรวมการแพร่ระบาดในเขตสายไหม จากข้อมูลของนายเอกภพ พบว่าสัดส่วนผู้ติดเชื้อยังเป็นผู้ใหญ่มากกว่า ซึ่งเด็กที่ติดเชื้อจะอยู่ในช่วงอายุเฉลี่ยประมาณ 8-10 ปี โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาพบเด็กติดเชื้อประมาณ 40 คน
ด้านนายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงกรณีนี้ว่า เด็กอายุ 8 เดือน คนนี้ เบื้องต้นเป็นผู้ป่วยในกลุ่มอาการสีเขียว และจากกรณีดังกล่าวนายแพทย์สมศักดิ์ จึงขอให้โรงพยาบาลทุกแห่ง หากมีผู้ป่วยเด็กมาขอรับการรักษาให้รับผู้ป่วยไว้ก่อน อย่าให้ขับรถตระเวนหาโรงพยาบาลเอง และเมื่อรับมาแล้วให้ประสานกับเครือข่ายโรงพยาบาลที่ได้จัดตั้งไว้อยู่แล้ว เพื่อส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพ
นายแพทย์สมศักดิ์ ระบุอีกว่า ผู้ป่วยเด็กไม่จำเป็นต้องรักษาภายในโรงพยาบาลทุกคน แต่ในกลุ่มเด็กเล็กต่ำกว่า 1 ปี หากตรวจหาเชื้อเบื้องต้นแล้วพบติดโควิด ให้พาเด็กมาที่โรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์ประเมินอาการว่า เด็กมีโอกาสเสี่ยงจะมีอาการหนัก ควรจะต้องแอดมิทหรือไม่ และถ้าหากกลับไปรักษาที่บ้านแล้วมีอาการไข้สูง หายใจแรง ขอให้กลับมาที่โรงพยาบาล
ขณะที่ นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่าขณะนี้อัตราการติดเชื้อในเด็กเพิ่มสูงขึ้นจากเดิม แต่อาการป่วยรุนแรงและอัตราการเสียชีวิตยังเท่าเดิม โดยในช่วง 7 วันที่ผ่านมาพบเด็กติดเชื้อโควิด-19 สูงสุด 14 คน ซึ่งตอนนี้เด็กจะติดเชื้อค่อนข้างเร็วเหมือนผู้ใหญ่ ส่วนความรุนแรงมักจะพบในเด็กที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ขณะเดียวกันได้ฉีดวัคซีนให้เด็กอายุ 12-17 ปี ฉีดไปแล้วกว่า 4 ล้านคน ทำให้มีภูมิคุ้มกันในร่างกาย เมื่อติดเชื้อความรุนแรงของโรคก็จะลดลง/