นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ แพทย์เฉพาะทางโรคระบบทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤตในเด็ก โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า” ให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาที่พ่อแม่หลายคนมักพบในช่วงหน้าฝน เมื่อลูกมีอาการไข้ ไอ น้ำมูก อยู่ประมาณ 5-6 วัน คล้ายจะหายดีและกลับไปโรงเรียนได้ แต่ไม่นานก็กลับมาป่วยอีก จนหลายครอบครัวเริ่มกังวลว่าลูกอาจมีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ
หมอม็อดอธิบายว่า เชื้อไวรัสที่ทำให้เด็กป่วยไม่ได้มีเพียงไม่กี่ชนิด แต่มีอยู่เป็นร้อยเป็นพันชนิด และในไวรัสแต่ละชนิดยังมีสายพันธุ์ย่อยอีกจำนวนมาก เมื่อเด็กติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา แต่ภูมิคุ้มกันนั้นมักจำเพาะต่อเชื้อหรือสายพันธุ์นั้นเท่านั้น ไม่สามารถป้องกันไวรัสชนิดอื่นได้ทั้งหมด
ยกตัวอย่างเช่น เด็กอาจติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A และสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อนั้นขึ้นมา แต่ในสัปดาห์ถัดไปอาจได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B หรือหลังหายจากไข้หวัดใหญ่แล้ว อาจติดเชื้อ RSV หรือไวรัสชนิดอื่นต่อได้ จึงเป็นเหตุผลที่เด็กหลายคนดูเหมือนป่วยต่อเนื่อง ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นการติดเชื้อคนละชนิดกัน
โดยเฉพาะเด็กที่ไปโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก หรือมีพี่น้องอยู่ในบ้าน มักมีโอกาสสัมผัสเชื้อโรคใหม่ ๆ อยู่เสมอ ทำให้เกิดการเจ็บป่วยซ้ำได้บ่อยกว่าปกติ
หมอม็อด ระบุต่อว่า หากเด็กป่วยแล้วอาการค่อย ๆ ดีขึ้น กลับมากินอาหาร เล่น และทำกิจกรรมได้ตามปกติ ก่อนจะป่วยใหม่ในเวลาต่อมา ถือเป็นสัญญาณที่ค่อนข้างดี เพราะแสดงว่าร่างกายยังสามารถจัดการกับเชื้อโรคแต่ละชนิดได้ตามปกติ ในทางกลับกัน เด็กที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องอย่างมีนัยสำคัญ มักไม่ได้มีลักษณะเพียงป่วยแล้วหายสลับกันไปมา แต่จะมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ป่วยรุนแรงผิดปกติจนต้องนอนโรงพยาบาลบ่อย ติดเชื้อที่พบได้ไม่บ่อยในเด็กทั่วไป หรือมีสัญญาณบางอย่างที่ทำให้แพทย์สงสัยถึงความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน
เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผ่านทางจมูก ปาก และดวงตา จึงควรสังเกตพฤติกรรมของเด็ก เช่น การเอามือเข้าปาก การนำของเล่นเข้าปาก การล้างมือไม่สม่ำเสมอ หรือการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่กำลังป่วย เพราะหากลดโอกาสที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายได้ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยได้เช่นกันนอกจากนี้ เด็กบางคนอาจมีภาวะภูมิแพ้จมูกร่วมด้วย เนื่องจากจมูกเป็นด่านแรกในการป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ หากเยื่อบุจมูกอักเสบเรื้อรังจากภูมิแพ้ ประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อโรคก็อาจลดลง ทำให้เด็กดูเหมือนเป็นหวัดบ่อยกว่าปกติ
สำหรับประเด็นเรื่องวิตามินเสริมภูมิที่ได้รับความสนใจจากผู้ปกครอง คุณหมอระบุว่า ในเด็กที่แข็งแรงและได้รับสารอาหารครบถ้วน ปัจจุบันยังไม่มีวิตามินชนิดใดที่พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าสามารถป้องกันการติดเชื้อหวัดได้ ยกเว้นในเด็กบางรายที่มีภาวะขาดวิตามินหรือได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ
ดังนั้น ในช่วงหน้าฝน หากลูกป่วย หาย แล้วกลับมาป่วยอีกครั้ง อาจไม่ได้หมายความว่าลูกมีภูมิคุ้มกันต่ำเสมอไป แต่อาจเป็นเพียงการได้รับเชื้อไวรัสชนิดใหม่ที่มีอยู่จำนวนมากรอบตัว และการดูแลสุขอนามัยพื้นฐาน เช่น การล้างมือ การหลีกเลี่ยงเอามือเข้าปาก และการหลีกเลี่ยงใกล้ชิดกับผู้ป่วย ยังคงเป็นวิธีสำคัญในการป้องกันโรคสำหรับเด็กทุกคน