หมอเด็กเตือน! "เจ็บคอ" มักหายเองได้ ย้ำใช้ยาฆ่าเชื้อพร่ำเพรื่อ เสี่ยงดื้อยา

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หมอม็อด ระบุว่าหลายคนยังมีความเชื่อว่า เมื่อมีอาการเจ็บคอหรือคออักเสบ จำเป็นต้องกินยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะทันที แต่ในความเป็นจริง อาการเจ็บคอส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย และไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อเสมอไป

นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ แพทย์เฉพาะทางโรคระบบทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤตในเด็ก โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เจ้าของเพจ หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า เปิดเผยว่า อาการเจ็บคอกว่า 90% ไม่จำเป็นต้องกินยาฆ่าเชื้อ เนื่องจากสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งร่างกายสามารถกำจัดเชื้อและฟื้นตัวได้เองตามธรรมชาติ

หมอม็อดอธิบายว่า “เจ็บคอ” เป็นเพียงอาการที่บ่งบอกว่าบริเวณลำคอกำลังเกิดการอักเสบ หากแพทย์ตรวจพบว่าคอแดง ก็หมายความว่ามีการอักเสบเกิดขึ้น เช่นเดียวกับอาการผิวหนังแดงหรือบวมเมื่อเกิดการอักเสบ

 

เจ็บคอไม่เท่ากับต้องกินยาฆ่าเชื้อ หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า
เจ็บคอไม่เท่ากับต้องกินยาฆ่าเชื้อ

สำหรับเด็ก สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการเจ็บคอคือการติดเชื้อไวรัส ไม่ว่าจะเป็นโควิด-19, RSV, ไรโนไวรัส หรือไวรัสไข้หวัดทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่สามารถหายได้เองโดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ

กินยาฆ่าเชื้อแล้วหาย ไม่ได้แปลว่ายาช่วย

หลายคนเข้าใจผิดว่า เมื่อเจ็บคอแล้วกินยาฆ่าเชื้อ จากนั้นอาการดีขึ้นภายใน 3-4 วัน แสดงว่ายาเป็นตัวช่วยรักษา แต่ความจริงแล้ว ในหลายกรณีอาการดีขึ้นเพราะร่างกายสามารถกำจัดเชื้อไวรัสได้เองตามธรรมชาติ ไม่ได้เกิดจากฤทธิ์ของยาฆ่าเชื้อเนื่องจากยาปฏิชีวนะมีฤทธิ์กำจัดได้เฉพาะเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น ไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ ดังนั้นหากอาการเจ็บคอเกิดจากไวรัส การกินยาฆ่าเชื้อจึงไม่ช่วยให้อาการหายเร็วขึ้น

ไวรัสบางชนิดทำให้เจ็บคอรุนแรงได้

แม้อาการเจ็บคออย่างรุนแรงจะทำให้หลายคนคิดว่าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่ความจริงแล้ว โรคจากไวรัสบางชนิดสามารถทำให้เด็กมีอาการหนักได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น โรคเฮอแปงไจน่า และโรคมือ เท้า ปาก ซึ่งมักทำให้เด็กมีไข้สูง เจ็บคอมาก ไม่ยอมรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ บางรายมีน้ำลายไหลตลอดเวลา เนื่องจากมีแผลคล้ายแผลร้อนในหลายจุดภายในลำคอ แม้จะมีอาการรุนแรงเพียงใด โรคเหล่านี้ก็ยังเกิดจากเชื้อไวรัส และยาปฏิชีวนะไม่สามารถช่วยให้หายเร็วขึ้นได้

เจ็บคออาจไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ

นอกจากการติดเชื้อแล้ว อาการเจ็บคอยังอาจเกิดจากการใช้เสียงมากเกินไป เช่น การตะโกน เชียร์กีฬา ร้องเพลง หรือใช้เสียงต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนทำให้กล่องเสียงและลำคอเกิดการอักเสบ ซึ่งกรณีเหล่านี้ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อเช่นกัน

กรณีใดที่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ?

แม้ส่วนใหญ่จะไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ แต่ยังมีบางกรณีที่จำเป็น โดยเฉพาะการติดเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอคคัส กรุ๊ปเอ (Streptococcus Group A) หรือที่เรียกว่า Strep Throat ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคไข้อีดำอีแดง อาการที่อาจทำให้สงสัยการติดเชื้อชนิดนี้ ได้แก่

  • ไข้สูง
  • เจ็บคอมาก
  • ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอโต
  • ไม่มีน้ำมูก
  • ไม่มีอาการไอ

ในบางราย แพทย์อาจต้องใช้วิธีป้ายคอเพื่อตรวจหาเชื้อเพิ่มเติม หากยืนยันว่าติดเชื้อแบคทีเรียจริง จึงจะพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะ และต้องรับประทานให้ครบตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน

ใช้ยาฆ่าเชื้อพร่ำเพรื่อ เสี่ยงเชื้อดื้อยา

หมอม็อดเตือนว่า การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็นอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี เพราะนอกจากจะเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในร่างกาย และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยา ซึ่งกำลังเป็นปัญหาสาธารณสุขระดับโลก

หมอม็อดสรุปข้อมูลว่า อาการเจ็บคอส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ไวรัสไม่จำเป็นต้องรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อ โดยโรคเฮอแปงไจน่าและมือ เท้า ปาก แม้เจ็บคอมากก็ยังเป็นโรคจากไวรัสยาปฏิชีวนะใช้รักษาได้เฉพาะการติดเชื้อแบคทีเรีย การกินยาฆ่าเชื้อโดยไม่จำเป็นไม่ช่วยให้หายเร็วขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงเชื้อดื้อยา ดังนั้น เมื่อมีอาการเจ็บคอ สิ่งสำคัญไม่ใช่การรีบหายาฆ่าเชื้อมารับประทาน แต่ควรหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการ เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและปลอดภัย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ