ข่าวเก่ากลับมาปั่นใหม่! หมอม็อดแจงวัคซีน AstraZeneca กับภาวะลิ่มเลือด-เกล็ดเลือดต่ำ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หมอม็อดแจงข่าว AstraZeneca “เพิ่งยอมรับ” ภาวะลิ่มเลือดร่วมเกล็ดเลือดต่ำไม่ใช่เรื่องใหม่ พบได้น้อยมาก และมักเกิดหลังฉีดในช่วงเวลาที่กำหนด ย้ำอย่าตื่นตระหนกจากข่าวเก่า

นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ แพทย์เฉพาะทางโรคระบบทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤตในเด็ก โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เจ้าของเพจ “หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า” ออกมาอธิบายกรณีข่าววัคซีนโควิด-19 AstraZeneca ทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ ซึ่งถูกนำกลับมาเผยแพร่และพูดถึงอีกครั้ง โดยมีการใช้ข้อความว่า “บริษัทเพิ่งยอมรับในศาล”

หมอม็อด ระบุว่า ใครที่เคยฉีดวัคซีนแล้วเริ่มรู้สึกกังวล ไม่จำเป็นต้องกลัว เพราะเรื่องดังกล่าว “ไม่ใช่เรื่องใหม่” และบริษัทไม่ได้เพิ่งออกมายอมรับข้อมูลดังกล่าวตามที่กำลังมีการนำเสนอ

 

แจงวัคซีน AstraZeneca หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า
แจงวัคซีน AstraZeneca

แต่เป็นการนำข้อมูลเก่ามาเล่าไม่ครบ แล้วเติมคำว่า “เพิ่ง” เข้าไป ทำให้ข่าวที่เกิดขึ้นมาหลายปีก่อนดูเหมือนเป็นความลับที่เพิ่งถูกเปิดเผย โดยหลายปีก่อน มีผู้ฟ้องร้องโดยอ้างว่าเกิดผลข้างเคียงจากวัคซีน บริษัทจึงเข้าชี้แจงข้อมูลตามข้อเท็จจริงว่า ภาวะ “ลิ่มเลือดร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ” เป็นผลข้างเคียงที่มีรายงานหลังการฉีดวัคซีนได้ อย่างไรก็ตาม มี 2 ประเด็นสำคัญที่ควรนำเสนอให้ครบ

ภาวะดังกล่าวพบได้น้อยมาก

มีการระบุว่าพบในระดับน้อยกว่า 1 รายต่อการฉีด 1 ล้านโดส และข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่ข้อมูลลับ แต่เป็นข้อมูลที่มีการรับรู้และเปิดเผยกันมานานแล้ว แต่เมื่อหยิบคำว่า “บริษัทเพิ่งยอมรับ!” มาใช้ประกอบข่าว ภาวะที่พบได้น้อยมากก็อาจถูกนำเสนอจนดูน่ากลัวมากขึ้น

หากเกิดขึ้น มักเกิดในช่วงหลังการฉีด

ภาวะดังกล่าวพบได้ในช่วงประมาณ 30-42 วันหลังการฉีด ไม่ใช่การฉีดวัคซีนมาตั้งแต่ช่วงโควิด-19 แล้วผ่านไป 3-4 ปี ก่อนจะเพิ่งเกิดลิ่มเลือดขึ้นมา ดังนั้น สำหรับผู้ที่เคยฉีดวัคซีน AstraZeneca ไปหลายปีแล้ว หากเห็นข่าวดังกล่าวและเริ่มกังวล ไม่จำเป็นต้องกลับมากลัวกับข้อมูลที่ถูกนำกลับมานำเสนอใหม่ เพราะแม้ข่าวจะถูกนำกลับมาพูดซ้ำกี่ครั้ง ข้อเท็จจริงก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสข่าว

ทำไมข่าวเก่าจึงถูกนำกลับมาปั่นใหม่?

หมอม็อด ตั้งคำถามว่า หากข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว เหตุใดจึงถูกนำกลับมาสร้างความสนใจอีกครั้ง ลองถามตัวเองว่า เมื่อเห็นข้อความว่า “บริษัทเพิ่งยอมรับในศาล!” รู้สึกตกใจหรือกลัวหรือไม่ และแวบแรกอาจคิดว่า “แล้วที่ฉีดไปล่ะ?” หากรู้สึกเช่นนั้น เปรียบว่า นั่นอาจเป็นการผ่าน “ด่านแรก” ของการทำให้เกิดความกลัว

โดยมองว่าวิธีการดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับกลวิธีของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มักสร้างความกลัวก่อน เช่น บอกว่า “บัญชีคุณกำลังมีปัญหา” “คุณกำลังมีคดี” หรือ “เงินคุณกำลังจะหาย” โดยยังไม่หลอกเอาเงินทันที แต่จะทำให้เหยื่อเกิดความกลัวก่อน เพราะเมื่อคนกลัว สติก็อาจลดลง และพร้อมทำบางอย่างเพื่อให้ตัวเองรู้สึกปลอดภัย

ข่าวที่สร้างความตื่นตระหนกเกี่ยวกับวัคซีนก็อาจใช้ลักษณะคล้ายกัน คือด่านแรกคือทำให้คนเชื่อว่า “วัคซีนที่ฉีดไปกำลังจะทำอะไรกับร่างกายของเรา” เมื่อเกิดความกลัวแล้ว ก็จะเข้าสู่ด่านต่อไป

ด่านที่ 2 คือ “เสนอทางรอด”

เมื่อทำให้คนกลัวและเชื่อว่าวัคซีนที่เคยฉีดกำลังเป็นอันตราย คำถามต่อมาที่เกิดขึ้นเองคือ “แล้วฉันต้องทำอย่างไร?”

หมอม็อด ระบุว่า กลุ่มหนึ่งอาจเสนอ “ทางรอด” เช่น การล้างวัคซีน การ Detox วัคซีน การขับสารตกค้าง หรือวิธีต่าง ๆ ที่อ้างว่าสามารถนำวัคซีนออกจากร่างกายได้ ก่อนปิดท้ายด้วยข้อความลักษณะว่า “ใครสนใจ ทัก Inbox” เป็นรูปแบบที่เริ่มจากการทำให้คนกลัว แล้วจึงเสนอสิ่งที่อ้างว่าจะช่วยแก้ปัญหาที่ทำให้เกิดความกลัว

อีกกลุ่มไม่ได้ขายสินค้า แต่ขาย “ความเชื่อ”

หมอม็อด ระบุว่า ยังมีอีกกลุ่มที่ไม่ได้ขายสินค้า แต่ขาย “ความเชื่อ” เช่น ความเชื่อว่าวัคซีนเป็นส่วนหนึ่งของแผนลดประชากรโลก หรือบางรายเชื่อมโยงไปถึงเรื่องประสงค์ของพระเจ้า พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงทราบว่ามีคนเชื่อเรื่องเหล่านี้จริง โดยระบุว่า คนที่มีความเชื่อดังกล่าวเข้ามาบอกด้วยตัวเอง

เจ้าตัวยกตัวอย่างว่า แทบทุกครั้งที่เขาเขียนเรื่องวัคซีน จะมีทั้งความคิดเห็นและข้อความใน Inbox เข้ามาต่อว่า โดยบางคนบอกว่าเขาเป็นหนึ่งใน “ขบวนการลดประชากรโลก” ซึ่งเจ้าตัวกล่าวติดตลกว่า “เพิ่งทราบตำแหน่งตัวเองวันนี้เลยครับ”

ยาและวัคซีนทุกชนิดมีผลข้างเคียงได้ แต่ต้องดูบริบท

หมอม็อด ระบุว่า ยาหรือวัคซีนทุกอย่างสามารถมีผลข้างเคียงได้ เพียงแต่บางอย่างพบได้บ่อย บางอย่างพบได้น้อย และบางอย่างอาจพบในระดับ 1 ในล้าน หรือ 1 ในสิบล้าน สิ่งสำคัญคือการนำเสนอข้อมูลให้ครบว่า ผลข้างเคียงนั้นพบได้บ่อยแค่ไหน เกิดขึ้นในช่วงเวลาใด และมีความเกี่ยวข้องกับวัคซีนจริงมากน้อยเพียงใด

ไม่ใช่การหยิบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 1 ในสิบล้านมาตัดบริบทออก แล้วเติมคำว่า “เพิ่งค้นพบ” หรือ “เพิ่งยอมรับ” ก่อนนำเสนอราวกับว่าคนอีก 9,999,999 คนกำลังตกอยู่ในอันตราย เพราะการนำเรื่องที่เกิดขึ้น 1 ในสิบล้านมาแต่งให้ตื่นเต้นและสร้างความกลัวนั้นทำได้ง่ายมาก และหากความกลัวทำให้คนแชร์ข่าวต่อ หรือถึงขั้นต้องไปหาวิธี “ล้างวัคซีน” สิ่งนั้นอาจหมายความว่า “ด่านแรก” ของการสร้างความกลัวได้สำเร็จแล้ว

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ