ตอนนี้ ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว ทให้หลายพื้นที่กำลังเผชิญกับหนึ่งโรคสำคัญ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก คือ โรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่เกิดจากเชื้อไวรัส RSV เชื้อนี้มองเผิน ๆ อาจเหมือนไข้หวัดธรรมดา แต่ก็ไม่ควรประมาท เพราะอันตรายอาจถึงแก่ชีวิตได้ ทีมข่าว PPTV มีโอกาศไปพูดคุยกับครอบครัวหนึ่งที่ลูกชาย ป่วยโรค RSV มานานกว่า 3 เดือน ปัจจุบันทำได้เพียงแค่รักษาตามอาการ
นายวัชรินทร์ กลิ่นมะลิ ผู้เป็นพ่อ เล่าถึงอาการของ ลูกชายวัย 8 เดือน ของครอบครัว หลังป่วยเป็นโรค Respiratory Syncytial Virus หรือ RSV มานานนับ 3 เดือน และยังต้องกินยารักษาตามอาการต่อเนื่อง โดยนายวัชรินทร์ เล่าว่า จุดเริ่มต้น มาจากการที่ลูกชายวัย 2 ขวบ ไปโรงเรียนแล้วกลับมามีอาการป่วยเมื่อช่วงเดือนสิงหาคม ก่อนที่จะแพร่เชื้อสู่น้องชายที่มีอาการภูมิแพ้อยู่ เมื่อพาไปหาหมอช่วงแรก หมอวินิจฉัยว่า เป็นไข้หวัดธรรมดา ให้ยามารักษาตามอาการ จากนั้น ลูกคนโตมีอาการดีขึ้น แต่ลูกคนเล็กยังมีอาการต่อเนื่อง และรุนแรงขึ้น ซึม ไอ มีน้ำมูก เสมหะมาก จนต้องนำส่งโรงพยาบา หมอจึงดูดเสมหะไปตรวจเพิ่มและพบว่ามีเชื้อ RSV
ทุกวันนี้ วัชรินทร์ ยังต้องพาลูกไปพบหมอทุกวันเพื่อดูดเสมหะออกจากปอด แม้ว่าอาการจะดีขึ้น แต่ก็ถือว่าเป็นบทเรียนสำคัญในการที่ต้องเฝ้าระวังโรคในช่วงปลายฝนต้นหนาวขณะนี้ และยังฝากเตือนถึงทุกครอบครัวที่มีลูกเล็กอย่าชะล่าใจ หมั่นสังเกตอาการลูกอยู่เสมอ หากพบความผิดปกติให้รีบไปพบหมอทันที
รู้ทัน RSV หมอเตือน ผู้ใหญ่ อย่าสัมผัสเด็ก หอมแก้มบ่อย หวั่นแพร่เชื้อโดยไม่รู้ตัว
ด้าน รองศาสตราจารย์พิเศษ นายแพทย์ ทวี โชติพิทยสุนนท์ ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค ระบุว่า ไวรัส RSV เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่ติดเชื้อทางเดินหายใจ ส่วนมากมักเกิดในเด็กเล็ก ที่อายุต่ำกว่า 3 ปี สำหรับในประเทศไทยอาจพบการระบาดได้บ่อยในช่วงฤดูฝนหรือช่วงปลายฝนต้นหนาว
การติดต่อจะผ่านสารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย ละอองจากการไอ จาม โดยเฉพาะการติดต่อจากการสัมผัส ช่วงแรกมีอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา จากนั้นจะเกิดโรคหลอดลมอักเสบ กล่องเสียงอักเสบ และโรคปอดบวมหรือปอดอักเสบ บางรายที่มีอาการรุนแรง จะมีโอกาสเสียชีวิต เนื่องจากระบบทางเดินหายใจล้มเหลว
ปัจจุบันยังไม่มียารักษาหรือวัคซีนโรค RSV แต่ใช้วิธีการรักษาตามอาการ ที่สำคัญเชื้อไวรัสนี้มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีกหากร่างกายอ่อนแอ พ่อแม่ที่พบว่าลูกมีอาการป่วย ควรแยกเด็กออกจากเด็กปกติ หยุดเรียนจนกว่าจะหาย ดูแลทำความสะอาดของใช้ส่วนตัวและแยกไว้ต่างหากเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ