เริ่มต้นด้วยภาพรวมของสถานการณ์ล่าสุด พื้นที่สีแดงยังคงเป็นพื้นที่ที่รัสเซียยึดครองได้ในปัจจุบัน ซึ่งจะเห็นว่าไม่คืบหน้ามากนักจากวันก่อน ๆ จากจุดที่รัสเซียประจำการหลายจุดทั้งในทางตอนเหนือ ทางตะวันออก และทางตอนใต้ ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์เส้นทางที่รัสเซียจะเคลื่อนทัพต่อในเร็วๆ นี้
ทางตอนเหนือ แน่นอนว่ารัสเซียมุ่งเป้ามายังกรุงเคียฟ และขณะนี้กำลังโอบล้อมจากสองด้าน นั่นคือจากทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือที่มาจากเบลารุส โดยมีเมืองด่านหน้าที่รัสเซียจะต้องพิชิตก่อนเข้ากรุงเคียฟ คือ เมืองเออร์พิน
อีกด้านคือจากทางตะวันออกเฉียงเหนือ ทัพรัสเซียอาจเคลื่อนพลมาจากเมืองซูมี และเมืองเชอร์นิกอฟ เพื่อเข้าสู่กรุงเคียฟจากทางตะวันออก
สถานการณ์ล่าสุดทำให้กองกำลังยูเครนต้องตั้งแนวรบทั้งด้านตะวันตกและตะวันออก เพื่อป้องกันกรุงเคียฟ
ชาวยูเครนและชาวต่างชาติ เร่งอพยพหลังรัสเซียหยุดยิง
ภาพการอพยพที่เกิดขึ้นในเมืองเออร์พินเมื่อวานนี้ การอพยพเกิดขึ้นท่ามกลางความหนาวเหน็บจากหิมะที่โปรยปรายลงมา และมีรายงานว่าประชาชนข้ามแม่น้ำอย่างยากลำบากเนื่องจากสะพานถูกทำลายจากการโจมตี บางคนเป็นผู้สูงอายุที่ต้องใช้วีลแชร์ ต้องอพยพด้วยความทุลักทุเล พึ่งพาความช่วยเหลือตลอดทาง
เสียงจากชาวบ้าน ระบุว่า เมืองเออร์พินถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง และระบบสาธารณูปโภคอย่างน้ำและไฟฟ้าถูกตัดขาด ทำให้ผู้คนไม่สามารถอยู่ที่นี่ต่อไปได้
เมื่อวานนี้ระหว่างการอพยพมีภาพดราม่าเมื่อพ่อลูกอ่อนรายหนึ่งต้องบอกลาลูกน้อย เนื่องจากภรรยาและลูกต้องรีบอพยพออกจากเมืองเออร์พิน ส่วนตัวเขายังต้องอยู่ปกป้องเมืองในฐานะเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ข้ามจากเมืองเออร์พินไปทางตะวันตกของกรุงเคียฟ ที่เมืองซูมี ภาพจากโดรนเผยให้เห็นรถถังของรัสเซียที่ถูกทหารยูเครนทำลาย พวกเขาเล่าว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เมืองซูมีเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีทางอากาศ
เมื่อวานนี้ ประชาชนเกือบ 3,500 คน ได้อพยพออกจากเมืองซูมี นับเป็นการอพยพโดยใช้เส้นทางหยุดยิงที่ตกลงไว้กับรัสเซียเป็นครั้งแรก ในจำนวนนี้มีนักศึกษาต่างชาติราว 1,700 คนที่มาศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยต่างๆ ในเมืองซูมีร่วมอพยพด้วย อย่างไรก็ตามผู้ว่าการเมืองซูมี เปิดเผยว่า รัสเซียยังละเมิดข้อตกลงและระดมยิงเข้าใส่ประชาชน
ส่วนพื้นที่ทางฝั่งตะวันออก ตอนนี้หลายฝ่ายจับตาเมืองดนีโปร เมืองติดแม่น้ำทางตอนกลางของยูเครน เนื่องจากคาดกันว่าทัพรัสเซียอาจมุ่งลงใต้มาจากเมืองคาร์คีฟ หรืออาจขึ้นเหนือมาจากเมืองเมลิโตปอลในเวลาเดียวกัน นั่นหมายความว่าเมืองดนีโปรจะถูกตีจากสองทิศหรือ เหนือและใต้ หากถูกยึดได้ รัสเซียจะยึดครองพื้นที่ทางตะวันออกของยูเครนได้ทั้งหมด
ช่วงหลายวันที่ผ่านมาคาร์คีฟถูกโจมตีอย่างหนัก และมีรายงานว่าหลายจุดที่ถูกโจมตีเป็นย่านที่อยู่อาศัยของพลเรือน
เมื่อวานนี้ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าว AFP มีโอกาสเข้าไปเก็บภาพความเสียหายของอพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่งที่ถูกรัสเซียโจมตีทางอากาศ จากภาพจะเห็นว่าตัวอาคารได้รับความเสียหายอย่างหนักจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ส่วนอีกภาพคือความเสียหายตามท้องถนนของเมืองคาร์คีฟที่ชาวยูเครนบันทึกภาพไว้และโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย
ทั้งนี้เมืองคาร์คีฟเป็นหนึ่งในเมืองที่อยู่ในเส้นทางการอพยพที่รัสเซียประกาศหยุดยิงชั่วคราว อย่างไรก็ตามเมื่อวานนี้ช่วงเย็นของเวลายูเครน ยังคงมีรายงานการโจมตีทางอากาศเกิดขึ้นในเมืองคาร์คีฟ
อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้รัสเซียเผยแพร่ภาพว่า พวกเขาส่งความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมเข้าไปยังเมืองคาร์คีฟมากกว่า 120 ตัน โดยจากภาพจะเห็นขบวนรถขนส่งยาวเหยียด
อีกยุทธศาสตร์สำคัญ และเป็นยุทธศาสตร์ที่คืบหน้าที่สุดคือการบุกจากทางตอนใต้ ที่ขณะนี้รัสเซียสามารถยึดเมืองเคอร์ซอน และเมืองเมลิโตปอลได้แล้ว คาดกันว่าเป้าหมายต่อไปคือ เมืองมาริอูปอล ทางตะวันออก ส่วนทางตะวันตก รัสเซียอาจมุ่งเป้าไปที่เมืองนิโคลาเยฟ ที่ขณะนี้มีกองทัพยูเครนต้านอยู่ และมีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ South Ukraine ตั้งอยู่
หลายพื้นที่ในเส้นทางที่รัสเซียเปิดให้อพยพยังถูกโจมตี
เมืองมาริอูปอลอยู่ในรายชื่อของเมืองที่เปิดเส้นทางให้ผู้คนอพยพเมื่อวานนี้ ท่ามกลางรายงานว่าการหยุดยิงไม่ได้เกิดขึ้นจริง เพราะยังคงมีรายงานการโจมตีเกิดขึ้นเป็นระยะๆ
ผู้อพยพจากเมืองมาริอูปอลถูกขนย้ายเข้าไปในพื้นที่ของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในแคว้นโดเนตสก์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย หนึ่งในผู้อพยพที่เดินทางมาถึงเล่าว่า ทันทีที่มีโอกาสเธอก็รีบเก็บข้าวของอย่างรวดเร็วและเร่งออกจากที่พักทันที ตอนนี้ชีวิตไม่มีทางเลือกมากนัก เมื่อกลุ่มแบ่งแยกดินแดนเปิดรับผู้อพยพเธอก็ต้องมา และแผนต่อไปอาจเดินทางเข้าไปในรัสเซียต่อ เพราะยังพอมีเพื่อนอยู่ที่นั่น
ทั้งนี้ไม่ใช่ทุกคนที่จะอพยพออกไปได้ จนถึงตอนนี้มีรายงานประชาชนชาวยูเครนหลายหมื่นหลายแสนคนติดอยู่ในเมือง และพวกเขากำลังขาดแคลนสิ่งของยังชีพ
ส่วนอีกจุดคือ เมืองนิโคลาเยฟที่ขณะนี้คาดกันว่ากำลังตกเป็นเป้าหมายของรัสเซีย ตามโรงพยาบาลก็ท่วมท้นไปด้วยผู้ได้รับบาดเจ็บ
บรรยากาศของโรงพยาบาลในเมืองนิโคลาเยฟค่อนข้างวุ่นวาย เจ้าหน้าที่พยาบาลต้องคอยดูแลคนเจ็บที่เข้ามารักษาตัวอย่างต่อเนื่อง มีทั้งพลเรือนที่อาสาไปรบกับรัสเซีย รวมถึงประชาชนทั่วไปที่บาดเจ็บจากการโจมตี เนื่องจากเมืองนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองเคอร์ซอน เมืองทางตอนใต้ที่รัสเซียยึดได้ หนึ่งในนั้นโอดครวญ ไม่เข้าใจว่าทำไมรัสเซียจึงเลือกโจมตีที่อยู่อาศัยของพลเรือน
ชาวยูเครนและชาวต่างชาติเร่งอพยพหลังรัสเซียหยุดยิง
สถานการณ์ในยูเครนฝั่งตะวันตก ผู้คนจำนวนมากก็พากันอพยพไปยังโปแลนด์เช่นกัน เพราะหวาดกลัวว่ากองทัพรัสเซียอาจเดินทางมาถึงเมืองฝั่งตะวันตกในเร็วๆ นี้
บรรยากาศของสถานีรถไฟที่เมืองชายแดนโปแลนด์และยูเครน ผู้อพยพชาวยูเครนเหล่านี้มาจากหลายเมือง เช่น เมืองลวีฟ เมืองโอเดสซา หรือแม้แต่กรุงเคียฟ ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง เด็ก และผู้สูงอายุ พวกเขาเล่าว่า กว่าจะเดินทางมาถึงโปแลนด์ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเบียดเสียดและยืนบนรถไฟนานหลายชั่วโมง รวมถึงนอนพักเอาแรงที่สถานีรถไฟท่ามกลางความหนาวเหน็บ ยังดีที่มีน้ำใจจากผู้คนตามรายทางคอยบริจาคน้ำดื่มและอาหารให้
อีกคนสำคัญที่ถูกจับตาคือ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ที่หายหน้าหายตาจากสื่อไปหลายวัน ผู้คนคาดการณ์กันมากมาย รวมถึงคาดเดาว่าปูตินกำลังวางแผนอะไร หลังการบุกยึดยูเครนไม่คืบหน้าตามที่คิดไว้
ล่าสุดมีรายงานจาก CIA ของสหรัฐฯ เตือนว่า ปูตินอาจยกระดับความรุนแรงขึ้น
CIA เตือน “ปูติน” ไม่พอใจอย่างแรง อาจยกระดับการโจมตี
รายงานจาก แอฟริล เฮนส์ ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ และวิลเลียม เบิร์นส์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง หรือ CIA ระบุว่า จำนวนทหารรัสเซียที่เสียชีวิตจากการบุกยูเครนอาจสูงถึง 4,000 นายแล้ว อีกทั้งในเวลานี้รัสเซียเริ่มได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตร ดังนั้นทาง CIA จึงประเมินว่า ประธานาธิบดีรัสเซียน่าจะไม่พอใจอย่างมาก และอาจยกระดับการโจมตีให้รุนแรงยิ่งขึ้น