กองทัพเรือสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย เป็นต้นมา เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์ ฟอร์ด (USS Gerald R. Ford) ได้เคลื่อนเข้าสู่พื้นที่ความรับผิดชอบของกองบัญชาการกองกำลังส่วนใต้ ซึ่งดูแลทะเลแคริบเบียนและภูมิภาคละตินอเมริกา
โดยเรือบรรทุกเครื่องบิน เจอรัลด์ อาร์ ฟอร์ด จะเข้ามาร่วมกับกองกำลังส่วนอื่น ๆ ของสหรัฐฯ ที่ถูกส่งมาประจำการในภูมิภาคก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งทหารหลายพันนาย เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ และเครื่องบินรบที่ประจำการในเปอร์โตริโก
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนับเป็นการวางกำลังทหารทั้งในและรอบๆ ภูมิภาคละตินอเมริกาครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปีของกองทัพสหรัฐฯ
การเดินทางเข้าสู่ทะเลแคริบเบียนของเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์ ฟอร์ด (USS Gerald R. Ford) เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากปฏิบัติการโจมตีเรือต้องสงสัยขนยาเสพติดและการเผชิญหน้ากับเวเนซุเอลา
โดยจนถึงขณะนี้ กองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีเรือต้องสงสัยขนยาเสพติดอย่างน้อย 19 ครั้งในทะเลแคริบเบียนและภาคตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 76 คน
เรือบรรทุกเครื่องบิน เจอรัลด์ อาร์ ฟอร์ด มีเจ้าหน้าที่ประจำการบนเรือ 4,000 คน เครื่องบินหลายสิบลำและขีปนาวุธนำวิถี
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่ากองกำลังเหล่านี้จะช่วยเสริมขีดความสามารถของสหรัฐฯ ในการค้นหา ติดตาม และขัดขวางผู้กระทำผิดกฎหมาย ที่เป็นภัยต่อความปลอดภัยและความรุ่งเรืองของประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้ ทรัมป์ เคยระบุว่าเรือที่ถูกโจมตีเป็นต้นเหตุให้ชาวอเมริกันเสียชีวิตถึง 25,000 คน และอีกหลายครอบครัวต้องล่มสลาย
ขณะที่ประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา กล่าวหารัฐบาลสหรัฐฯ ว่าสร้างสงครามขึ้นมาและให้ความเห็นถึงการปรากฏตัวของกองกำลังสหรัฐฯ ว่าเป็นแผนการเปลี่ยนระบอบการปกครองในลักษณะปกปิด
โดยกระทรวงกลาโหมเวเนซุเอลาเอง ประกาศการ "ระดมกำลังครั้งใหญ่" ของกองกำลังทหารบก ทะเล อากาศ แม่น้ำ ขีปนาวุธ รวมถึงกองกำลังอาสาสมัครพลเรือน เพื่อต่อต้าน "ภัยคุกคามจักรวรรดินิยม"
ด้าน นาย ฌอน โนเอล บาโร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศส แสดงความกังวลต่อปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาคแคริบเบียน เนื่องจากเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และเพราะฝรั่งเศสเองก็มีผลประโยชน์ในภูมิภาคนี้เช่นกัน ผ่านดินแดนโพ้นทะเลต่างๆ ที่มีผู้อาศัยอยู่มากกว่า 1 ล้านคน
สำหรับเรือ เจอรัลด์ อาร์ ฟอร์ด ใช้พลังงานจากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ สามารถบรรทุกอากาศยานทางทหารได้กว่า 75 ลำ รวมถึงเครื่องบินขับไล่ F/A-18 ซูเปอร์ฮอร์เน็ต และเครื่องบินเตือนภัยล่วงหน้า E-2 ฮอว์คอาย พร้อมระบบเรดาร์ควบคุมการจราจรทางอากาศและการเดินเรือที่ทันสมัย
เรือสนับสนุนในกองเรือประกอบด้วยเรือลาดตระเวนติดอาวุธนำวิถี ไทคอนเดอโรกา และเรือพิฆาตติดอาวุธนำวิถีชั้น อาร์ลี เบิร์ก ได้แก่ โธมัส ฮัดเนอร์, รามาจ, คาร์นีย์ และ รูสเวลต์ ซึ่งมีศักยภาพในการรบทั้งอากาศ-สู่-อากาศ, พื้นผิว-สู่-พื้นผิว และต่อต้านเรือดำน้ำ