โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า อาจพิจารณาเปลี่ยนชื่อ “ช่องแคบฮอร์มุซ” เป็น “ช่องแคบทรัมป์” โดยอ้างว่า สหรัฐฯ สามารถควบคุมเส้นทางเดินเรือที่มีความสำคัญอย่างยิ่งแห่งนี้ได้ ขณะที่การสู้รบระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงดำเนินต่อไปในพื้นที่
ข้อเสนอดังกล่าวถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดในชุดแนวคิดเกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อสถานที่ทางภูมิศาสตร์ที่ประธานาธิบดีทรัมป์เคยเสนอ และยังเกิดขึ้นหลังจาก “ทรัมป์” อ้างว่าสหรัฐฯ มีอธิปไตยเหนือช่องแคบแห่งนี้ ซึ่งเตหะรานได้ปิดกั้นการเดินเรือมาเป็นเวลาราว 6 เดือน
โดย “ทรัมป์” โพสต์ข้อความบนทรูธ โซเชียล ระบุว่า ตอนนี้เมื่ออยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐฯ เราควรเปลี่ยนชื่อช่องแคบฮอร์มุซเป็น “ช่องแคบทรัมป์” (TRUMP STRAIT) ดีไหม??? เช่นเดียวกับอเมริกาเอง มันจะร้อนแรง ยิ่งกว่าที่เคย!” ต่อมา ทำเนียบขาวเผยแพร่แผนที่อ่าวเปอร์เซียผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยระบุชื่อช่องทางน้ำดังกล่าวว่า “ช่องแคบทรัมป์” พร้อมเสริมว่า ก็ฟังดูเข้าท่าดี
ข้อเสนอของผู้นำสหรัฐฯ ที่ต้องการเปลี่ยนชื่อแหล่งน้ำระหว่างประเทศโดยใช้ชื่อของตนเองฝ่ายเดียวนั้น เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามกับอิหร่านที่ดำเนินมาแล้ว 6 เดือน และยังไม่มีสัญญาณว่าจะยุติลงในเร็ววัน
ทั้งนี้นับตั้งแต่กลับเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปีที่แล้ว ทรัมป์ได้เสนอให้เปลี่ยนชื่อสถานที่ทางภูมิศาสตร์หลายแห่งในลักษณะเดียวกัน โดยล่าสุด “ทรัมป์” เพิ่งลงนามในคำสั่งเปลี่ยนชื่อ “ทะเลสาบออนแทรีโอ” (Lake Ontario) เป็น “ทะเลสาบอเมริกา” เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับแคนาดา ประเทศเพื่อนบ้านรุนแรงขึ้น
นอกจากนั้น “ทรัมป์” ยังระบุว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านที่กลับมาเปิดฉากอีกครั้งจะไม่ยืดเยื้อนานเกิดไปหลังเกิดการโจมตีตอบโต้ครั้งใหญ่ที่สุดระหว่างเตหะรานกับวอชิงตัน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม
“ทรัมป์” กล่าวกับผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาวว่า อิหร่านกำลังพยายามสร้างจรวดที่สามารถใช้ปล่อยทุ่นระเบิดทางทะเล และสหรัฐฯ ได้ทำลายอาวุธดังกล่าวแล้ว พร้อมเสริมว่า อิหร่านกำลังพยายามฟื้นฟูระบบเรดาร์และระบบขีปนาวุธซึ่งเป็นอีกกลุ่มเป้าหมายหนึ่งของการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ
ด้าน "โมห์เซน เรซาอี" (Mohsen Rezaei) เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านกล่าวว่า สหรัฐฯ จะได้เห็น “ยุทธศาสตร์ใหม่” ของอิหร่านในการทำสงคราม ในเร็ว ๆ นี้ หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกล่าสุด จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 18 คนและบาดเจ็บ 142 คน
ล่าสุดยังมีรายงานการโจมตีจากอิหร่านถล่มประเทศเพื่อนบ้าน โดยกองทัพคูเวตระบุ ระบบป้องกันภัยทางอากาศกำลังรับมือการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่าน แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหาย
ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง 0.45 เปอร์เซ็นต์ มาอยู่ที่ 95.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากตลาดกำลังพิจารณาความไม่แน่นอนที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับการโจมตีทางทหารครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งคุกคามอุปทานในภูมิภาค