ฮาคีม เจฟฟรีส์ ผู้นำพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ประกาศลงสมัครชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร หลังพรรคเดโมแครตคว้าชัยในการเลือกตั้งกลางเทอมและเตรียมกลับมาครองเสียงข้างมากในสภา เมื่อสภาคองเกรสชุดใหม่เริ่มทำงานในเดือนมกราคม 2027
หากได้รับเลือก เจฟฟรีส์จะสร้างประวัติศาสตร์เป็นชาวอเมริกันผิวสีคนแรกที่ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ โดยตำแหน่งดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงเป็นผู้นำสภาฯ เท่านั้น แต่ยังถือเป็นผู้นำพรรคเสียงข้างมากในสภา และอยู่ในลำดับการสืบทอดตำแหน่งประธานาธิบดีต่อจากรองประธานาธิบดี
ปัจจุบันตำแหน่งประธานสภาฯ ยังเป็นของ ไมค์ จอห์นสัน จากพรรครีพับลิกัน อย่างไรก็ตาม จอห์นสันประกาศแล้วว่าจะไม่ลงชิงตำแหน่งผู้นำพรรครีพับลิกันอีกครั้ง หลังพ่ายแพ้อย่างหนักในการเลือกตั้งกลางเทอม
ในจดหมายถึงเพื่อนสมาชิกพรรคเดโมแครต เจฟฟรีส์ระบุว่า แม้ที่ผ่านมาพรรคเดโมแครตจะอยู่ในสถานะเสียงข้างน้อย แต่ยังสามารถผลักดันงานทางการเมืองได้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อกลับมาเป็นเสียงข้างมาก พรรคจำเป็นต้องสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ตามที่ประชาชนเรียกร้อง
เจฟฟรีส์ระบุว่า สภาคองเกรสชุดใหม่ต้องเดินหน้าจัดการกับปัญหาค่าครองชีพอย่างจริงจัง โดยชี้ว่าชาวอเมริกันจำนวนมากกำลังเผชิญความยากลำบากทางเศรษฐกิจ และหลายครอบครัวแทบไม่สามารถดำรงชีวิตได้ท่ามกลางค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น
เขายังประกาศว่า ยุคที่สภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่เสมือนเป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงต่อรัฐบาลทรัมป์กำลังสิ้นสุดลง พร้อมยืนยันว่า สภาคองเกรสจะกลับมาทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลฝ่ายบริหารอย่างเต็มที่
เจฟฟรีส์กล่าวถึงสิ่งที่เขาเรียกว่า "เครือข่ายทรัมป์" โดยระบุว่า บุคคลใดก็ตามที่เอาเปรียบ หลอกลวง หรือสร้างความเสียหายต่อประชาชนอเมริกัน จะไม่สามารถหลบซ่อนได้อีกต่อไป และสภาคองเกรสจะเดินหน้าตรวจสอบและเอาผิดผู้ที่กระทำผิด
ถ้อยแถลงดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางของพรรคเดโมแครตหลังชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอม โดยแกนนำพรรคเตรียมให้ความสำคัญกับทั้งปัญหาค่าครองชีพ การตรวจสอบรัฐบาลทรัมป์ และการใช้อำนาจของฝ่ายบริหารในช่วง 2 ปีสุดท้ายของวาระประธานาธิบดี
อย่างไรก็ตาม เจฟฟรีส์จะไม่ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนฯ โดยอัตโนมัติ แม้จะเป็นผู้นำพรรคเดโมแครตในสภาและพรรคคว้าเสียงข้างมากก็ตาม เขายังต้องผ่านการลงคะแนนเลือกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสภาคองเกรสชุดใหม่เปิดประชุมในวันที่ 3 มกราคม 2027
ที่มา: BBC