บทสรุป "หมู่บ้านป่าแหว่ง" ลุยสร้างต่อแต่ศาลห้ามอยู่

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ได้ข้อยุติแล้วสำหรับปัญหาเรื่องการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 บริเวณเชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 ปี หลังรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ หารือกับเครือข่ายภาคประชาชน มีข้อสรุป คือ ต้องสร้างบ้านพักฯต่อเพื่อป้องกันการผิดสัญญาเอกชน โดยห้ามเข้าไปพักอาศัย และส่งมอบพื้นที่คืนกรมธนารักษ์ เพื่อเร่งฟื้นฟูป่า 147 ไร่ ให้สมบูรณ์

การเรียกร้องให้คืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ จากโครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการ ศาลอุทธรณ์ภาค5 มีข้อยุติแล้ว หลังจากเมื่อวานนี้(6 พ.ค.61) นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตัวแทนรัฐบาล เข้าหารือร่วมกับภาคประชาชนเชียงใหม่ ซึ่งในการหารือครั้งนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้แนวทางในการรือมาด้วย 3 ประเด็น คือ 1.จะไม่มีผู้อยู่อาศัยในแนวเขตป่าดั้งเดิม 2 .การฟื้นฟูให้เป็นพื้นที่ป่า และ 3.อะไรที่ยังหาข้อตกลงไม่ได้ ให้มาคุยกับเครือข่ายในวันนี้ให้เกิดความชัดเจน

หลังจากการหารือเสร็จสิ้น นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะคืนพื้นที่ก่อสร้างบ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 เพื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูป่า โดยมีข้อสรุปว่า จะไม่มีผู้อยู่อาศัย ในแนวเขตป่าดั้งเดิม

โดยได้ให้กรมธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่เข้าไปรังวัดพื้นที่ให้เกิดความชัดเจน โดยยึดแนวที่ภาคประชาชนเสนอ เพื่อให้ทราบว่าพื้นที่ใด คือ แนวที่จะฟื้นฟู พื้นที่ใดคือส่วนที่ศาลยังคงใช้ประโยชน์ได้ เช่น ส่วนของสำนักงาน จากนั้นส่วนของพื้นที่ที่อยู่ในความดูแลของกรมธนารักษ์ก็ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป รัฐจะรับภาระในการหาพื้นที่ใหม่และงบประมาณจัดสร้างใหม่ให้ทางศาล มีการจัดทำแผนการฟื้นฟู ปลูกป่า และปลูกต้นไม้ การดำเนินงานให้ประชาชนร่วมหารือและดูแลร่วมได้ โดยให้มีกรรมการระดับจังหวัดเข้ามาดูแล โดยจะเริ่มต้นในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ ในส่วนของข้อเสนอจากเครือข่ายที่ต้องการให้มีแผนดูแลที่ป่าดอยสุเทพที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงผืนเดียวกัน จะรับเอาเรื่องนี้มาพิจารณา เช่น การทำให้เป็นเขตอุทยานป่าสมบูรณ์ หรือทำอะไรกับสิ่งปลูกสร้าง โดยการตั้งกรรมการมาดำเนินการ เพื่อให้เป็นป่าสมบูรณ์ตามเจตนารมณ์ต่อไป เบื้องต้น จะต้องก่อสร้างบ้านพักให้แล้วเสร็จ ให้ผู้รับเหมาก่อสร้างส่งมอบงานให้แล้วเสร็จในเดือนมิถุนายนนี้

ความเป็นมาของโครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการ ศาลอุทธรณ์ภาค5 เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2540 ทางสำนักอธิบดีผู้พิพากษาภาค 5 ได้ทำเรื่องขอกองทัพบกใช้พื้นที่บริเวณดังกล่าว ซึ่งเบื้องต้นกองทัพบกไม่ได้อนุมัติ และมีการทำเรื่องมาอีกครั้งในปี 2546 กองทัพบกจึงอนุมัติในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2547 และให้ใช้พื้นที่ได้จำนวน 147 ไร่ จากนั้นทางกระทรวงยุติธรรม เข้าไปทำโครงการการก่อสร้างบ้านพักและสำนักงานเริ่มโครงการเมื่อปี 2556 แบ่งเป็น 4 ระยะระยะที่ 1 และ ระยะที่ 2 เดือนกุมภาพันธ์-กันยายน ปี 2556 วงเงิน 665 ล้านบาทเป็นการก่อสร้างบ้านพัก 45 หลังอาคารชุด 13 หลัง ระยะที่ 3 เดือนมกราคม 2557 เป็นการก่อสร้างสำนักงานที่ทำงาน อาคาร ศาลอุทธรณ์ภาค 5 จำนวน 290 ล้าน และระยะที่ 4 ปี 2559 วงเงิน 61 ล้าน เป็นอาคารสำนักงานของอธิบดีผู้พิพากษาภาค 5 ทั้งหมด ซึ่งเป็นโครงการที่ทำมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 56 จนถึงปัจจุบัน

ย้อนไปเมื่อปี 2559 ช่วงระหว่างการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการ ที่ผ่านมากลุ่มนักอนุรักษ์ และภาคประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ ได้พยายามคัดค้าการก่อสร้างมาโดยตลอด เพราะมองว่าการก่อสร้างบ้านพักบริเวณเชิงเขา ท่ามกลางป่าเต็งรังที่ค่อนข้างสมบูรณ์นั้นเป็นความไม่เหมาะสม เนื่องจากพื้นที่ป่าเหลือน้อย แม้ทางศาลอุทธรณ์ภาค 5 จะยืนยันว่าได้ขอใช้พื้นที่อย่างถูกต้องตามขั้นตอนของกรมธนารักษ์ ในฐานะหน่วยงานดูแลที่ราชพัสดุ

กระทั่งเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 เพจเฟซบุ๊ก “ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน” ได้โพสต์เกี่ยวกับที่มาของที่ดินบริเวณเชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ที่เป็นสถานที่ก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการ ตลอดจนระยะเวลาการดำเนินงาน และจำนวนเงินที่ใช้การดำเนินโครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการ ตั้งแต่จุดเริ่มต้น จนถึงปัจจุบัน จนเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย และได้รับความสนใจจากประชาชนในสังคมเป็นอย่างมาก

จากนั้นในช่วงต้นเดือนเมษายน 2561 ตัวแทนภาคประชาสังคม พร้อมด้วยประชาชนชาวเชียงใหม่ ได้จัดกิจกรรมเดินเท้าเข้ากรุงเทพฯ เพื่อยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้แก้ปัญหากรณีข้อพิพาทเรื่องการสร้างบ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ ภาค 5 ซึ่งกำลังก่อสร้างอยู่ที่เชิงดอยสุเทพ เพื่อให้รื้อบ้านพักทั้งหมดออก เพราะเป็นการรุกพื้นที่ป่าสมบูรณ์ แม้จะมีการออกมายืนยันว่าเป็นการขอใช้พื้นที่อย่างถูกต้องตามกฎหมายก็ตาม

5 เมษายน 2561 นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ชี้แจงกรณีสร้างบ้านพักตุลาการศาล เชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ว่าบ้านพักที่จังหวัดเชียงใหม่นั้นเป็นบ้านพักของทางราชการ ไม่ใช่บ้านพักส่วนตัวของใคร เป็นทรัพย์สินที่ใช้งบประมาณแผ่นดิน ขั้นตอนในการดำเนินการมีการดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ได้มีการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ

โดยแผนระยะสั้นไม่มีการตัดต้นไม้ใดๆทั้งสิ้น ไม่มีการปรับพื้นที่ก่อสร้างเพิ่มเติมจะมีการรักษาพื้นที่ให้สมบูรณ์ และได้มีการกันพื้นที่ป่าที่ไม่ได้ดำเนินการทั้งหมด 58 ไร่  ส่วนแผนระยะกลาง ก็จะมีการปลูกต้นไม้ตามสัญญาประเภทพวกไม้ยืนต้น ทั้งต้นพะยูง 60 ต้น ต้นแคนาป่า 94 ต้น ต้นลีลาวดี  299 ต้น และไม้พุ่มประเภทต่างๆอีก 6,400 ต้น จะเริ่มลงมือในวันที่ 21 เม.ย.61 ส่วนแผนระยะยาวมีการปลูกป่าตามแบ่งเป็นการปลูกรายปี และจากพื้นที่จะเห็นว่า พระตำหนักจะอยู่ด้านบน พระธาตุดอยสุเทพด้านพัก บ้านพักจะอยู่บริเวณแนวขอบด้านขวาสุด มีการใช้พื้นที่ของสนามกีฬา 700 ปีด้วย ส่วนงานต่างๆก็ใช้ตามแนวขอบพื้นที่ด้านขวาทั้งหมด

ในครั้งนั้น นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ระบุว่า เรื่องเหล่านี้ตนไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบ แม้ว่าเรื่องเหล่านี้จะดำเนินการก่อนที่ตนรับตำแหน่ง หลังจากนี้ในวันที่ 9 เมษายน คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมจะมีการประชุมก็จะมีการนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณา ว่าคณะกรรมการฯจะมีมติให้สำนักงานศาลฯ ทำอย่างไร และจะแจ้งไปที่นายกรัฐมนตรี เพื่อให้พิจารณาในการแก้ไขปัญหา และกล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมก็เรียนตั้งแต่ต้นว่าผมไม่สามารถที่จะบริหารงานให้ถูกใจทุกคนได้ แต่ว่าผมก็ต้องยึดหลักสิ่งที่ผมทำ อยู่ๆจะให้ผมไปทำลายทรัพย์สินของส่วนรวมไม่ได้ถ้าไม่มีคำสั่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย”

เมื่อปัญหาโครงการการก่อสร้างบ้านพักตุลาการยืดเยื้อ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จึงได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆทั้งศาล จังหวัดเชียงใหม่ และกองทัพภาคที่ 3 โดยมณฑลทหารบกที่ 33 ให้ไปพูดคุยร่วมกันถึงรายละเอียดในเรื่องดังกล่าว เพราะมองว่าเป็นเรื่องที่ประชาชนไม่เห็นด้วย จึงต้องมีการร่วมพูดคุยหารือเพื่อหาทางออก

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2561 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้นำผลการพูดคุยระหว่างตัวแทนชาวบ้านที้คัดค้าน การก่อสร้างอาคารสำนักงานศาลอุทธรณ์ภาค 5 และบ้านพักตุลาการ เชิงดอยสุเทพ รวมถึงคำชี้แจงของศาลยุติธรรม เข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พร้อมระบุว่า พื้นที่อาคารสำนักงาน สามารถตกลงกันได้ แต่ยังมีปัญหาพื้นที่บ้านพัก ที่ใช้งบประมาณรัฐดำเนินการ จนใกล้เสร็จ หากรื้อทิ้งก็เสียดาย และอาจเสี่ยงถูกผู้รับเหมาฟ้องร้องดำเนินคดี จึงสั่งให้หาแนวทางเปิดพื้นที่ให้ประชาชน เข้าใช้ประโยชน์อื่น เช่น เป็นสถานที่จัดอบรม เพราะเชื่อว่าศาลคงเข้าใช้ประโยชน์ไม่ได้ เพราะประชาชนคัดค้าน 

พร้อมยังสั่งให้ คสช. ติดตามการแก้ปัญหาเรื่องนี้ และให้กระทรวงมหาดไทยเร่งทำความเข้าใจกับชาวบ้าน พร้อมขอร้องอย่าเคลื่อนไหวกดดัน และรัฐบาลพร้อมแก้ไขให้เป็นไปตามกฎหมายและตรงความต้องการของประชาชน ตลอดการชี้แจง พล.อ.ประยุทธ์ อธิบายว่า โครงการนี้ อนุมัติโดยรัฐบาลชุดก่อน ส่วนจะผิดถูกอย่างไร ให้สืบสวนกันมาตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมขออย่านำเรื่องนี้ ไปเปรียบเทียบกับมาตรการไล่รื้อรีสอร์ตผิดกฎหมายของ คสช.

ต่อมาในวันที่ 29 เมษายน 2561 ภาคประชาชนและชาว จ.เชียงใหม่ กว่า 1,000 คน เดินทางมาบริเวณประตูท่าแพ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยทั้งหมด มีจุดประสงค์เดียวกัน คือ เพื่อแสดงจุดยื่นคัดค้านการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการ พร้อมเรียกร้องให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รื้อบ้านพักศาล คืนผืนป่าดอยสุเทพให้ชาวเชียงใหม่ พร้อมขีดเส้นให้รัฐบาลตัดสินใจรื้อบ้านพักตุลาการบริเวณเชิงดอยสุเทพภายใน 1 สัปดาห์

ก่อนที่ปัญหานี้จะเริ่มคลี่คลายเมื่อนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตัวแทนรัฐบาล เข้าหารือร่วมกับภาคประชาชนเชียงใหม่ รวมทั้งลงพื้นที่ในการหาทางออกที่เหมาะสมกับทุกฝ่าย จนกระทั่งดำเนินมาถึงบทสรุปที่ทุกฝ่ายยอมรับได้เมื่อวานนี้

คลิกอ่านเพิ่มเติม : คำถามคาใจนักอนุรักษ์ฯ ถึง โครงการสร้างบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ 

ตัวแทนภาคประชาสังคม ร้องนายกฯ ใช้ ม.44 สั่งรื้อบ้านพักตุลาการ

เลขาฯศาลยุติธรรม เผย รื้อบ้านพักตุลาการศาลเป็นเรื่องยาก ยันไม่ได้บุกรุกป่า

ชาวเชียงใหม่! ขีดเส้น1สัปดาห์รื้อ "บ้านพักตุลาการ"

"สุวพันธุ์" สรุปแก้ปม "บ้านพักตุลาการ" สร้างต่อให้เสร็จ-ส่งพื้นที่คืนกรมธนารักษ์

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ